มท.1 สั่งปภ.ร่วมทหารช่วยชาวบ้าน ผบ.ทอ.สั่งฮ.บินช่วยสกลนคร 

 

วันที่ 29 ก.ค.60 พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  เปิดเผยว่า ภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ประกอบกับจากการคาดการณ์ปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในวันที่ 29 ก.ค. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเย็นถึงค่ำ ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เฝ้าระวังใน 4 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี  

นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกด้าน โดยเน้นย้ำใน 2 ด้านหลัก ดังนี้

1.ด้านการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย มุ่งดำเนินการเชิงรุกในการเข้าถึงพื้นที่ทุกครัวเรือน แบ่งมอบพื้นที่ให้หน่วยงานรับผิดชอบ และจัดลำดับการช่วยเหลือตามความเร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล และเข้าถึงยาก เน้นดูแลเด็ก คนชรา ผู้ป่วย และคนทุพลภาพ รวมถึงวางแผนลำเลียง และแจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ผู้ประสบภัยตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเรือ และรถขนาดใหญ่ให้บริการขนย้ายสิ่งของ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน จัดรถไฟฟ้าส่องสว่าง รถผลิตน้ำดื่มให้บริการประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชน วางมาตรการป้องกันปัญหาอาชญากรรมซ้ำเติมความเดือดร้อน ตลอดจนประสานจัดทีมแพทย์ พยาบาลดูแลสุขภาพอนามัย และป้องกันโรคระบาดในช่วงน้ำท่วม 

 2.ด้านการแก้ไขปัญหา และคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัย โดยปรับแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ มุ่งบูรณาการหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล ด้านสาธารณภัยปฏิบัติการกู้วิกฤตอุทกภัย ด้วยการนำรถสูบน้ำระยะไกล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกสู่ลำน้ำสาขาไปยังลำน้ำสายหลัก พร้อมประสานชลประทานจังหวัด ใช้ระบบชลประทานในการควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้เข้าท่วม พื้นที่สำคัญ อาทิ โรงพยาบาล เขตเศรษฐกิจ สนามบิน เส้นทางคมนาคมสายหลัก    

สำหรับจังหวัดที่น้ำท่วมพื้นที่สำคัญ ให้เร่งสูบ และระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมวางแนวกระสอบทรายเป็นคันกั้นน้ำโดยรอบพื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ กรณีสถานการณ์วิกฤต ให้อพยพประชาชนไปอาศัยยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและคล่องตัว ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยตามระเบียกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนต่อไป อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมสาธารณูปโภค อาทิ ไฟฟ้า ประปา เส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 
ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป 

จากอิทธิพลของพายุเซินกาก่อให้เกิดสถานการณ์ฝนและพายุผนฟ้าคะนองทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จากฝนที่ตกอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่พักอาศัยของพี่น้องประชาชน  โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก 
พล.อ.อ. จอม  รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ (ศปก.ทอ.) ประเมินและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้สั่งการให้เตรียมพร้อมหน่วยบิน ฮ. และหน่วยบินถ่ายภาพทางอากาศ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังสูงและเส้นทางการคมนาคมถูกตัดขาดตามที่หน่วยราชการเกี่ยวข้องร้องขอ  ในส่วนหน่วยงานของกองทัพอากาศในที่ตั้งต่างจังหวัดให้นำกำลังพล ยานพาหนะ เรือท้องแบน พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ออกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ประสบภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องและเต็มขีดความสามารถ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมใน 43 ชุมชนเขตเทศบาลนครสกลนคร จ.สกลนคร พบว่าระดับน้ำยังทรงตัวสูง 1-2 เมตร เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายยังคงเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะถนนรัฐพัฒนา ถนนสุขเกษม ถนนสกลทวาปี ที่ประชาชนกำลังต้องการน้ำและอาหาร เนื่องจากระดับน้ำระบายลงสู่หนองหารเป็นไปอย่างล่าช้า แลขณะนี้มีการตั้งโรงทานบริเวณสี่แยก สกล-นาแก ถนนสุขเกษม เพื่อแจกจ่ายอาหารให้ประชาชน และมีรายงานแจ้งว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว 1 ราย ที่อ.กุดบาก และผู้สูญหายจำนวน 2 รายที่ อ.เมือง จ.สกลนคร โดยพล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม  เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป 

ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดสกลนคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สกลนคร พร้อมวางแผนสั่งการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ของจ.สกลนครถือว่าหนักที่สุดในรอบ 20 ปี และขณะนี้จ.สกลนครถูกประกาศเป็นจังหวัดประสบภัยพิบัติ มีประชาชนเดือดร้อนนับพันหลังตาเรือน ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ยังมีประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหายอีกจำนวนมากที่รอการช่วยเหลือ 

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้จัดกำลัง 5 กองร้อยช่วยเหลือประชาชน จากกองพลทหารราบที่ 3 กองพลทหารราบที่ 6 กองพลพัฒนาที่ 2 และมณฑลทหารบกที่ 29  ยอด 500 นาย รถยนต์บรรทุก 38 คัน เรือ 25 ลำ เจตสกี 3 ลำ โดรน 2 เครื่อง ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการอพยพขนย้าย ส่งอาหารให้ผู้ที่ประสบภัยไม่สามารถออกจากบ้านได้ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งนำสิ่งของเข้าช่วยเหลือประชาชน 

ขณะที่นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย กว่า 10 อำเภอ จาก 18 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุพรรณ อ.เต่างอย อ.พรรณานิคม อ.วานรนิวาส อ.อากาศอำนวย อ.สว่างแดนดิน อ.คำตากล้า อ.ส่องดาว  อ.กุสุมาลย์ อ.กุดบาก พื้นที่รวม กว่า 2 หมื่นไร่ ถนนและสะพาน เสียหายจำนวนมาก ขณะที่น้ำในสนามบินสกลนคร ระดับน้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนเกือบหมดแล้ว ส่วนที่อำเภอสว่างแดนดิน. นายอำเภอได้แจ้งเตือนประชาชนในตัวเมืองสว่างแดนดิน ว่าน้ำจะสูงขึ้นอีกเท่าตัว เตรียมอพยพ เวลานี้ โดยหน้าโลตัสสูง 1.50เมตร 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในอ.เมือง จ.สกลนคร หลังจากที่ช่วง 2 – 3 วันก่อนนั้น  มีฝนตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและมีมวลน้ำมหาศาลจากเทือกเขาภูพานที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมกำลังไหลบ่าทะลักเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร แหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งจังหวัดสกลนครมีน้ำเกินปริมาณความจุไหลออกเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร ประกอบกับน้ำที่ท่วมขังอยู่ก่อนแล้วไม่สามารถระบายได้ ทำให้ตัวเมืองสกลนครมีสภาพจมบาดาลภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงทันที สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และบ้านเรือนประชาชนของประชาชนในเขตเทศบาลนครสกลนคร 

พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน23 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 23 ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 ค่ายศรีสกุลวงศ์ จ.สกลนคร ได้นำสิ่งของ อาหาร และน้ำ แจกจ่ายให้กับผู้ประสบเหตุอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลศูนย์สกลนครที่มีประชาชนชนอยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งญาติผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่ประสบภัยดังกล่าว ซึ่งยังมีประชาชนอีกหลายครัวเรือนที่ยังอาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงบ้านและทรัพย์สิน ทำให้ไม่สามารถออกไปภายนอกได้ เมื่อมีหน่วยงานนำอาหารและน้ำมาช่วยเหลือ จึงสามารถช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ได้ในระดับหนึ่ง สำหรับสถานการณ์น้ำในขณะนี้เริ่มลดระดับลง แต่ยังคงมีน้ำขังอยู่ภายในบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากมวลน้ำดังกล่าวไม่สามารถระบายลงสู่หนองหารได้อย่างสะดวก เนื่องจากปริมาณในน้ำหนองหารก็มีอยู่เต็มความจุเช่นกัน