การเมือง คอลัมน์

วิบากกรรมที่เกิดจาก “ทักษิณ”

ในห้วงเวลาที่ ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เวลาช่วงหลังปีใหม่ ไปเยี่ยมเยียนบรรพบุรุษญาติฝั่งพ่อที่ซัวเถา ประเทศจีน และตามมาด้วยข่าวที่เว็บไซต์ของประเทศจีน www.thepaper.cn ระบุถึง “ยิ่งลักษณ์”ยังเข้าไปซื้อกิจการ บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (Guangdong Shantou International Container Terminal) จำกัด ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา

ตามรายงานของสื่อจีน อ้างว่า บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัลก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ Shantou ได้เปลี่ยนจาก Lin Daqi เป็น.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ข่าวนี่จะส่งสัญญาณถึงแฟนคลับ หรือลูกสมุนว่ามีเงินถุง เงินถัง  เสบียงกรงแน่หนาหรืออะไรก็สุดแท้แต่ แต่อีกมุมหนึ่ง ที่ไม่อาจมองข้ามได้ ก็คือ

สองพี่น้อง “ชีวิตดี๊ดี”…

ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันก็มีข่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งการพักการลงโทษ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทยผู้ต้องขัง 3 รายในคดีทุจริตอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่ารมว.ยุติธรรมได้อนุมัติพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษจริง โดยทั้งหมดผ่านการพิจารณาพักการลงโทษมาตามลำดับขั้น ในเดือน พ.ย.61 คณะอนุกรรมการพักการลงโทษ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน อนุมัติพัการลงโทษ เนื่องจากคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ คือรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 เป็นผู้ต้องขังสูงอายุ โดยมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป และมีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยเรื้อรังระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้. ต่อมาคณะอนุกรรมการพักโทษ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พิจารณาและอนุมัติพักการลงโทษกรณีพิเศษในเดือน ธ.ค. 61 และในวันนี้ (8 ม.ค.) เป็นวันครบกำหนดโทษ 1 ใน 3 หรือ 3 ปี 4 เดือน 15 วัน เรือนจำจึงได้ปล่อยตัวบุคคลทั้ง 3 ออกจากเรือนจำ โดยหลังจากนี้ บุคคลทั้ง 3 มีหน้าที่ต้องรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ

นักโทษทั้ง 3 รายนั้น ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก 18 ปี ถูกส่งตัวเข้ามายังเรือนจำเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 และได้รับพระราชทานอภัยโทษตามวโรกาสสำคัญต่างๆ ทำให้โทษจำคุกเหลือเพียง 9 ปี เมื่อรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 หรือ 3 ปีเศษจึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาส่วนใหญ่ที่ถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังมีอาการเจ็บป่วยหนักด้วยโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เรือนจำจึงส่งตัวออกไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลภายนอก

ตามรายงาน  ร.ท.สุชายมีอาการป่วยหนัก วิโรจน์ มีปัญหาสุขภาพตาเกือบมองไม่เห็น ส่วนมัชฌิมาก็ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา!!

วิบากรรมของพวกเขาสืบเนื่องมาจาก คดีทุจริตอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร

“ทักษิณ” น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะตอนที่ “ทักษิณ”เป็นนายกฯ พวกเขาเหล่านั้นถูกมือที่มองไม่เห็น ครอบงำอยู่ จนปล่อยกู้ให้กับกลุ่มธุรกิจที่ฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจ จัดอันดับความเสี่ยงสูงสุด คือ ไม่สามารถอนุมัติเงินกู้ได้

พวกเขาเหล่านั้นต้องรับกรรม ในคดีที่มีชื่อของ “ทักษิณ” เป็นจำเลยที่ 1 แต่ได้หลบหนีไปนานแล้ว และได้แต่บินโฉบไปมา ตะโกนเรียกร้องหาความยุติธรรมโน่นนี่

ก่อนอื่น“ทักษิณ” ควรจะคืนความยุติธรรมให้กับอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยทั้ง 3 รายด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน