ข่าว คอลัมน์ ปักหมุดการเมืองไทย เลือกตั้ง62

7 มี.ค. วันพิพากษา ทษช.

ฤา แบงก์พัน จะสลายกลายเป็นแบงค์ยี่สิบ….

ใกล้เข้ามาทุกทีกับวันพิพากษา 7 มีนาคม อนาคตพรรคไทยรักษาชาติ ที่แกนนำเรียกประชุมนอกรอบพร้อมทีมกฎหมายเพื่อหารือแนวทางการรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่จะมาถึง ซึ่งกรรมการบริหารพรรคต่างยืนยันว่าจะเดินทางไปร่วมรับฟังคำวินิจฉัยและพร้อมน้อมรับตามผลที่จะเกิด

สิ่งที่สื่อมวลชนพึงจะกระทำได้ในวันนี้ คือการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้ในแต่ละทางที่จะเกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติ มองกันซื่อๆ ก็คงมีได้สองทาง คือศาลฯมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ กับอีกทาง คือไม่ยุบ  ซึ่งถ้าโลกสวยมองว่าพรรค ทษช.ไม่ถูกยุบจะด้วยเหตุผลใดก็สุดแท้แต่ สิ่งที่ตามมาก็คงแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน คือสมาชิกและผู้สมัครพรรค ทษช. ก็เดินหน้าหาเสียงกันต่อไป โดยที่จัดเข้าอยู่ในกลุ่มพรรคที่ไม่ส่งรายชื่อผู้สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น หากว่าศาลท่านวินิจฉัยแล้วผลออกมาว่ายุบพรรค ทษช. ผลที่ตามมาในทางกฎหมายก็คงว่ากันไปตามกระบวนการ ใครจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองบ้างก็รับผลนั้นไป แต่….ยังมีอีกทางหนึ่งที่ก็ถือว่าอาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน ก็คือพรรค ทษช. ถูกยุบหลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วและมีการประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้ว ซึ่งหากออกมาในแนวทางนี้ ส.ส.ที่มาจากพรรค ทษช. ยังคงมีสถานะเป็น ส.ส. ต่อไปได้ แต่ต้องเร่งหาสังกัดพรรคใหม่ใน 60 วัน คนที่จะได้รับผลกระทบมากหน่อยก็คงเป็นคนที่มีรายชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรค ที่ต้องโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตไปในทันที

และหากมองให้ลึกลงไปในเส้นทางของการถูกยุบพรรค ในทางการเมืองน่าจะมีผลกระทบค่อนข้างมาก อันเนื่องมาจากยุทธศาสตร์แตกแบงค์พัน ของพรรคใหญ่ในอดีตที่ปรับตัวให้เข้ากับกฏเกณฑ์การเลือกตั้งใหม่ๆที่เกิดขึ้น โดยจากเดิมมีเพียงพรรคเพื่อไทย ก็แตกแยกย่อยออกมาเป็นพรรคพันธมิตรอีกหลายพรรค ทษช.ก็เป็นหนึ่งในพรรคที่แตกตัวออกมาเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดจากการส่งผู้สมัครลงรับการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติที่มีการแบ่งพื้นที่ไม่ลงทับซ้อนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย ศักยภาพเพียงพอที่จะส่งผู้สมัครลงชิงชัยได้ครบทั้ง 350 เขต แต่ก็มีเว้นวรรคไปในบางเขต แล้วปรากฎรายชื่อ ส.ส.ในสังกัดพรรค ทษช.เข้ามาแทนที่ อาจจะมีทับซ้อนกันอยู่บ้างก็ไม่มาก

ดังนั้นหากอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพรรค ทษช.จริง เกมการเมืองก็ต้องปรับรับรูปเกมที่เปลี่ยนไปให้ทัน หลายฝ่ายมองกันว่า การปรับรูปเกมของพรรคพันธมิตรดังกล่าว ต้องหาวิธีผ่องถ่ายคะแนนเสียงที่แต่ก่อนเคยคาดว่าจะได้จาก ทษช. ให้ไหลกลับไปสู่พรรคใน DNA เดียวกัน ซึ่งถูกมองว่าคือพรรคเพื่อชาติ นั่นเพราะแกนนำคนหลักๆ เสียงดังๆ ล้วนไหลมากองรวมกันอยู่ที่พรรคเพื่อชาติ ไม่ว่าจะเป็น ตู่ จตุพร พรหมพันธ์ อารี ไกรนารา ยงยุทธ ติยะไพรัช ล้วนเป็นหัวแถวของพรรคเพื่อไทยเก่าทั้งสิ้น

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ภายในพรรคเพื่อชาติเองก็ดันเกิดมีปัญหาภายในกันขึ้นมาอีก การขัดคอกันของขั้ว ยงยุทธ กับ ขั้ว จตุพร ที่เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่เหมือนจะส่งผลกับการถ่ายโอนคะแนนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับพรรค ทษช. ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า คะแนนเสียงอาจจะไหลรั่วซึมออกไปยังพรรคข้างเคียงที่มี DNA ใกล้กันคือไม่เอาเผด็จการ เช่น อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เพราะคงตัดพรรคกลุ่มที่มีความตรงข้าม อย่างพรรค พปชร. ออกไปได้แน่นอน อย่างไรเสีย คะแนนก็คงไม่เทสวนกลับไปให้เป็นแน่

แต่….นี่ก็แค่แนวทางการปรับกระบวนทัพรับรูปเกมที่เปลี่ยนไปในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่นับรวมการร้องเรียน การกล่าวหา ผ่าน กกต. อีกมากมายหลายเรื่องและหลายพรรค ที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้อีก ซึ่งหากกรณีเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงกับ พรรคใดพรรคเดียว รูปเกมการเมืองคงผันผวนอีกหลายตลบ ผู้คุมกฎ ผู้คุมเกมจากทุกฝ่ายคงต้องแสดงฝีมือในการปรับกระบวนท่าารับมือกันหัวปั่น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อนาคตยังอีกยาวไกล แต่เอาแค่วันนี้ ยุทธการแตกแบงค์พัน ก็เริ่มไม่เป็นไปตามแผนเสียแล้ว….