รายงานออนไลน์

ก้าวอย่างมั่นคง! 14 แนวทางธุรกิจของ “เจ้าสัววิชัย” มหาเศรษฐีแสนล้าน

ในเวลานี้ชาวไทยแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “เจ้าสัววิชัย” นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ และประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ผู้ที่มีความสามารถในด้านการบริหารจนกลายเป็นมหาเศรษฐี มีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของไทย จากข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ เมื่อปี 2560 ซึ่งเจ้าสัววิชัย เข้ามาซื้อกิจการของเลสเตอร์ เมื่อปี 2553 ช่วงแรกถือหุ้นเพียง 51% ก่อนจะได้เข้าถือหุ้น 100% และในปี 2554 ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรอย่างเต็มตัว

และถ้าใครจำกันได้ เลสเตอร์ ซิตี้ เคยก้าวจากจุดต่ำสุด มาถึงจุดสูงสุดของลีกอังกฤษได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ด้วยการความแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2015-2016 แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าหลังจากได้แชมป์ “จิ้งจอกสยาม” จะยังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้อีก แต่ก็ยังสามารถรักษาพื้นที่อยู่ในลีกสูงสุดได้มาหลายปี โดยเว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เคยได้วิเคราะห์ถึงแนวคิดของ เจ้าสัว ในการพาทีมไปสู่ความสำเร็จเอาไว้ 14 แนวทาง

14 แนวทางธุรกิจของ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา

  1. คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ให้แนวคิดเรื่องเป้าหมายของเลสเตอร์ฯ ว่า “ขอแค่อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก และหลังจากนั้น ค่อยขยับเป้าหมายให้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้องมั่นใจว่าต้องทำได้ เมื่อไหร่ที่สามารถอยู่บนลีกสูงสุดได้นานขึ้น แข้งฝีเท้าดีก็อาจตัดสินใจย้ายมาเล่นให้ทีมได้ไม่ยาก
  2. อย่าประมาททีมเล็กๆ อย่าง เลสเตอร์ ซึ่งยังมีหลายคนที่ตามลุ้นตามเชียร์ จิ้งจอกสยามให้ประสบความสำเร็จอยู่ แม้จะมีสำนวนที่บอกว่า “เป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์ยิ่งยากกว่า” เช่นเดียวกับการทำธุรกิจเมื่อประสบความสำเร็จแล้วทำอย่างไรจะรักษาความสำเร็จให้ได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง
  3. มีความอดทนอย่างสูงและมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง เพราะว่าที่ เลสเตอร์ จะคว้าแชมป์ได้ในครั้งนั้น ต้องใช้เวลาบ่มเพาะทีมรักนานถึง 6 ปี มีการลองผิดลองถูกอยู่นาน ก่อนจะสามารถหาเส้นทางที่ดีที่สุดมาช่วยปูทางให้ เลสเตอร์มุ่งสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
  4. โชคเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่จะพึ่งโชคอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่สามารถทำให้อยู่รอดได้ในระยะยาว ต้องแยกให้ออกว่าความสำเร็จส่วนไหนเกิดจากโชค ส่วนไหนจากฝีมือ การเอาแต่พึ่งดวงหรือโทษดวง ไม่ช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น

  1. รับฟังความเห็นของคนรอบข้าง ควรรับฟังความเห็นของคนรอบข้าง เพราะบางคนได้กำไรมากๆ อย่างต่อเนื่อง ก็อาจเข้าใจไปเองว่าเป็นผลแห่งการลงทุนแล้ว ทั้งๆ ที่บางคนเพิ่งเข้าตลาดหุ้นได้ไม่กี่ปี นักลงทุนจึงควรศึกษาหาความรู้ และได้รับความเห็นที่แตกต่าง และเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ สิ่งที่ใดที่ยังไม่รู้ ก็ให้เรียนรู้ไว้เป็นแนวทางในการเอาตัวรอดในกรณีที่จะต้องเผชิญกับสภาวะตลาดที่ไม่เคยเจอมาก่อน
  2. คนเราเกิดมามีลักษณะนิสัย ความถนัด และความชอบส่วนตัวที่แตกต่างกัน ควรเรียนรู้ตัวเองว่าอะไรเป็นจุดแข็งอะไรเป็นจุดอ่อน ควรเลือกวิธีการลงทุนที่มีความสอดคล้องกับจุดแข็งของตัวเอง เหมือนกับทีมเลสเตอร์ ที่เลือกเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ตัวเองถนัด แม้ไม่สวยงาม ไม่ตื่นเต้นเร้าใจแต่หากผลลัพธ์ออกมาดีเดี๋ยวก็ตื่นเต้นกันได้เอง
  3. จากแนวคิดที่ว่า เลสเตอร์เป็นสโมสรขนาดเล็ก และมีงบประมาณทำทีมในระดับหนึ่ง ทำให้ต้องแสวงของดีราคาถูก เลสเตอร์จึงเลือกซื้อแต่นักเตะที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่มีทักษะที่สอดคล้องกับแผนการเล่นของตนเอง และมีความสามารถที่โค้ชต้องการจับเอาความสามารถเฉพาะด้านของนักเตะ มารวมกันเป็นทีมเวิร์ก

  1. เหตุผลหลักสำหรับการเข้ามาลงทุนกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้เพียงเพราะความรักในเกมฟุตบอล แต่ยังต้องการที่จะพลิกฟื้นทีมให้โด่งดังระดับโลกให้ได้ การทำธุรกิจหากคิดไกลๆ เป้าหมายใหญ่ระดับโลกก็จะช่วยให้เราขยายความสำเร็จได้กว้างขวางมากขึ้น
  2. ความมุ่งมั่น การฝึกซ้อม และความมีระเบียบวินัย เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยนำความสำเร็จมาให้ ถึงจะแพ้ แต่ก็ยังภูมิใจ เลสเตอร์ นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด พลังจากภายในย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ
  3. หากทำอะไรแล้วถ้าไม่มีกำไร อย่าทำเลยดีกว่า นี่คือหลักการในการดำเนินธุรกิจของ เจ้าสัววิชัย ยึดมั่นเสมอมาโดยตลอด
  4. การสร้างเครือข่าย ไม่ใช่แค่ทางการเมือง แต่รวมถึงคอนเนคชั่นทางธุรกิจและสังคม โดยมีแนวคิดว่า การที่ทีมจะประสบความสำเร็จน่าจะอยู่ที่เจ้าของทีมว่าเข้าใจกีฬาฟุตบอลได้มากแค่ไหน เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่มีลอจิก ต่อให้เล่นดีแต่ก็อาจแพ้ แม้ไม่ฟาล์วแต่กรรมการเป่าก็จบ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่แฟร์ในมุมธุรกิจ แต่นี่คือกีฬา ถ้ารับไม่ได้ก็เหนื่อย การทำธุรกิจก็เช่นกัน

  1. มองว่าการสร้างทีมเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ปัญหา แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพ การพัฒนาการ และวิธีการบริหารจัดการนักเตะ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  2. นักลงทุนที่ดีไม่ควรโอ้อวดความสำเร็จของตน ยิ่งโอ้อวดมากเท่าไร ยิ่งหลงตัวเอง หรือหลงลืมความผิดพลาดของตัวเอง และทำให้ขาดการพัฒนา หากไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตแล้ว ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะผิดพลาดซ้ำรอยเดิมอีก
  3. เมื่อค้นพบแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง จำเป็นต้องมั่นคงกับมัน ตลอดชีวิตของนักลงทุนนั้นจะต้องพบบททดสอบแห่งศรัทธาหลายครั้ง แม้บางครั้งตลาดอาจไม่เป็นใจกับแนวทางการลงทุน ก็จำเป็นต้องยอมรับและเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่กับความผิดหวัง ไม่ท้อแท้อะไรง่ายๆ

กว่าที่ “จิ้งจอกสยาม” จะประสบความสำเร็จ จนรู้จักไปทั่วโลก ต้องผ่านการฝึกฝน การทำงานเป็นทีม รวมถึงการบริหารที่ดี เรียกว่า “จากจนแต้ม สู่แชมเปี้ยน” จริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก taokaemai

ขอบคุณภาพจาก Leicester City Football Club