ที่ปรึกษา “บิ๊กฉัตร” ส่งทนาย ร้อง ปอท. เอาผิดสื่อออนไลน์ ฐานหมิ่นประมาท

ที่ปรึกษา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ส่งทนายความร้องตำรวจ ปอท. เอาผิดเจ้าของเว็บไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” หลังเขียนข่าวบิดเบือนข้อมูล เกี่ยวกับการโครงการรับซื้อเรือประมงคืน 

นายปัณมาสน์ อร่ามเรือง ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นำหลักฐานการเผยแพร่ข่าว ซึ่งมีหัวข้อข่าวว่า “ระดมทุนเลือกตั้ง “บิ๊กฉัตร” ลุยแก้ใบเหลือง IUU ลุ้นประเมิน ก.ย.นี้ อีกรอบ วิจารณ์หึ่ง ปัดฝุ่นโครงการซื้อเรือคืน งบ 3 พันล้านบาท เกาไม่ถูกที่คัน กางชื่อเรือร่วมโครงการ ชื่อ “เศรษฐี” เป็นเจ้าของทั้งนั้น ท่ามกลางเสียงร่ำลือวาระ “ยัดไส้” แก้ปัญหา “ตังเก” บังหน้า ทำงบฯ บวม ตุน “ทุนการเมือง” ไว้เท “เลือกตั้ง” เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา เข้าร้องทุกข์ กับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อดำเนินคดี นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร ในเครือ บริษัท ผู้จัดการ 360 จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” ในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (1) , (2) และ ข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

โดย นายปัณมาสน์ ระบุว่า แม้เนื้อหาดังกล่าว เป็นการวิจารณ์การทำงานของ คสช. เกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายเกี่ยวกับ โครงการรับซื้อเรือคืน ของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งหากเป็นการวิจารณ์โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่มีมูลความจริงตรวจสอบได้ย่อมถือเป็นวิสัยของวิญญูชนทั่วไปที่มีสิทธิกระทำตามกฎหมาย แต่เว็บไซต์ผู้จัดกาออนไลน์ในฐานะสื่อมวลชนกลับไม่ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ของตนที่จำต้องรายงานข่าวตามข้อเท็จจริงที่มีมูลเพื่อไม่ให้ประชาชนที่ได้รับข่าวสารเกิดความเข้าใจผิด มีเจตนาโดยการหลอกลวง กระทำการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีข้อมูลบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ซึ่งประเด็นสำคัญมี 3 ข้อ คือ 1.กล่าวอ้างลอยๆว่า เจ้าของเรือผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวไม่ใช่ ชาวประมงรากหญ้า แต่เป็นนายทุนใหญ่แทบทั้งสิ้น อันเป็นการบิดเบือนข้อมูล เพราะโครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาให้ชาวประมงทุกระดับให้เกิดการแก้ไขการทำประมงทั้งระบบเพื่อสร้างความยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้ง กลุ่มเรือที่เข้าร่วมโครงการมีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงมิใช่เอื้อประโยชน์แก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 2.กล่าวอ้างลอยๆว่า เรือที่เข้าร่วมโครงการจำนวนมากเป็นเรือที่ไม่มีการใช้งานมานาน จอดเทียบท่ามานานนับสิบปี อันเป็นข้อมูลปลอม เพราะเรือประมงกลุ่มนี้เป็นเรือที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีทะเบียนเรือแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง ประกอบกับรัฐบาลเพิ่งออกพระราชกำหนดการประมง เมื่อปี พ.ศ.2558 ดังนั้น เรือที่ออกทำการประมงได้จอดเรือไว้เพียง 3 ไม่ใช่ 30 ปี ตามปรากฎในเนื้อข่าวจากเว็บไซต์ และ 3.กล่าวอ้างลอยๆว่า เจ้าของเรือที่เข้าร่วมโครงการบางรายติดคดี มีหมายจับในคดีค้ามนุษย์ อันเป็นข้อมูลเท็จ เพราะปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี จึงยังไม่มีการับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด

“การนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวนั้นย่อมก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ชาวประมงทั่วไปเกี่ยวกับนโยบายการแก้ปัญหาของรัฐบาล ทำให้ชาวประมงเสื่อมความเชื่อมั่นในมาตรการและการบังคับใช้กฎหมาย อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศในทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม วันนี้จึงเดินทางมาเอาผิดเว็บไซต์ดังกล่าวตามกระบวนการกฎหมาย”

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปอท. รับเรื่องไว้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชา พิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป