ไม่รอด! รวบ "โก้" มือฆ่า "ไฮโซเชอรี่" หนีกบดานกัมพูชา

01 ก.ย. 2561 เวลา 3:27 น.

พลตำรวจตรีสรุเชษฐ์ หักพาล บินรับตัว โก้ อัศยา ผู้ต้องหาฆ่าทุบศีรษะไฮโซเชอรี่ หลังหนีกบดานประเทศกัมพูชา เบื้องต้นสารภาพปมสังหาร เพราะอีกฝ่ายด่าทอคนที่รัก

สารภาพปมสังหาร เพราะอีกฝ่ายด่าทอคนที่รัก

เมื่อเวลา 14.30 น.วานนี้ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีฆาตกรรมนางสาวธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือเชอรี่ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็นญาตินักแสดงหนุ่ม แบงค์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ซึ่งถูกไม้เบสบอลเหล็กตีศีรษะจนเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ในการเข้าจับกุมตัวนายอัศยา ชัยภา หรือโก้ ลูกน้องของผู้ตาย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ โดยนายโก้ ถูกจับกุมพร้อมกับน้องชาย คือนายอนุวัฒน์ ชัยภา ขณะหลบหนีอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง ละแวก-โตนเลสาบ จังหวัดกัมปงสปือ ที่อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญหลายร้อยกิโลเมตร

พลตำรวจตรีสรุเชษฐ์ หักพาล บินรับตัว โก้ อัศยา ผู้ต้องหาฆ่าทุบศีรษะไฮโซเชอรี่ หลังหนีกบดานประเทศกัมพูชา เบื้องต้นสารภาพปมสังหาร เพราะอีกฝ่ายด่าทอคนที่รัก

 โดยคดีนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า พบคนไทยท่าทางมีพิรุธที่หมู่บ้านดังกล่าว ทำให้พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประสานไปยัง พลโทเซา ซก คา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เคยร่วมปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติด้วยกัน ก่อนระดมกำลังฝั่งกัมพูชา และไทยเข้าตรวจสอบ และจับกุมทั้งสองคนในที่สุด ซึ่งระหว่างถูกจับกุม นายโก้ มีท่าทางตกใจอย่างมาก แต่ยินยอมให้จับกุมโดยดี

พลตำรวจตรีสรุเชษฐ์ หักพาล บินรับตัว โก้ อัศยา ผู้ต้องหาฆ่าทุบศีรษะไฮโซเชอรี่ หลังหนีกบดานประเทศกัมพูชา เบื้องต้นสารภาพปมสังหาร เพราะอีกฝ่ายด่าทอคนที่รัก

 กระทั่งช่วงค่ำ พลตำรวจตรี-สุรเชษฐ์ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปรับตัวนายโก้ และน้องชาย ที่บริเวณชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอคลองลึก จังหวัดสระแก้ว ก่อนนำตัวกลับมาคุมตัวที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เบื้องต้นนายโก้ รับสารภาพว่า คบหากับผู้ตายมาประมาณ 1 ปี ระหว่างอยู่ที่โรงแรมเกิดเหตุ ย่านซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 เขตลาดพร้าว ได้มีปากเสียงรุนแรงกับผู้ตาย โดยฝ่ายหญิงเป็นคนอารมณ์รุนแรง ได้ด่าทอถึงบุพการี และลูกสาวของตนเอง ที่ติดจากภรรยาเก่า ทำให้ตนเองควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ใช้ไม้เบสบอลเหล็กตีศีรษะอีกฝ่ายจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยพูดขู่ฆ่าตนเองมาแล้ว ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับภรรยาเก่า เมื่อรู้ฝ่ายหญิงเสียชีวิต ได้หนีไปกัมพูชา ด้วยเส้นทางธรรมชาติ โดยมีน้องชายที่เคยทำงานอยู่ที่บ่อนพนันในกัมพูชาคอยช่วยเหลือ โดยช่วงแรกอยู่ที่กรุงพนมเปญ มีการชื้อนาฬิกาแบรนด์เนม และกระเป๋าหรู เพื่อเป็นทรัพย์สินติดตัว เผื่อใช้ยามจำเป็น กระทั่งมีเพื่อนน้องชายติดต่อมา ก่อนไปกบดานที่หมู่บ้านประมงดังกล่าว แต่เมื่อครอบครัวผู้ตายอายัดบัตรเครดิต ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่าย และขณะถูกจับกุม มีเงินติดตัวแค่ 400 บาทเท่านั้น ส่วนกรณีสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการฆ่าชิงทรัพย์ หวังนำเงินไปเล่นการพนันฝั่งกัมพูชานั้น ไม่เป็นความจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด