อาชญากรรม

BreakingNews : ให้ออก! ปปง.ฟันข้าราชการอ้างชื่อ “ผู้ใหญ่” รีดเงิน 2 ล้าน [คลิป]

รักษาราชการแทนเลขาปปง. สั่งให้ข้าราชการที่ถูกร้องเรียนเรียกรับผลประโยชน์ 2 ล้านบาท ออกจากราชการไว้ก่อน

สืบเนื่องจากกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีพบข้าราชการสำนักงาน ปปง. มีพฤติการณ์เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจเช่ารถในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถูกสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันสกุลเงินดิจิทัล โดยข้าราชการดังกล่าวอ้างว่าจะช่วยเหลือทางคดีและมีการเรียกรับเงินจำนวน 2 ล้านบาท ตามเสนอข่าวไปนั้น

วันนี้ (19 ต.ค.) สำนักงานป้องกันและปราบปราม (สำนักงาน ปปง.) พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยความคืบหน้าดังกล่าว ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นข้าราชการ ปปง. ในตำแหน่งระดับปฏิบัติการ กองคดี 1 จริง ไม่ใช่ระดับผู้อำนวยการส่วนตามกล่าวอ้างในคลิปเสียงแต่อย่างใด โดยสำนักงาน ปปง. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินของข้าราชการคนดังกล่าว หากพบมีบุคคลเกี่ยวข้องหรือความผิดอื่นๆจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ปรีชา เผยอีกว่า สำหรับข้าราชการคนดังกล่าวได้เข้ามาทำงานใน สำนักงาน ปปง. เมื่อปี 2560 ตามการเปิดรับสมัครของกฎ ก.พ. เมื่อสอบเสร็จแล้วจึงตรวจประวัติพบว่ามีหมายจับนั้นแต่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือต้องโทษจำคุก ซึ่งข้าราชการคนดังกล่าวก็ไปรายงานตัวกับพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนปกติ และ สำนักงาน ปปง. ไม่ได้นิ่งนอนใจจะตรวจสอบผลคดีว่าเป็นอย่างไรด้วย ส่วนจะมีพฤติกรรมเรียกรับสินบนมาก่อนหน้านี้หรือไม่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบประวัติข้าราชการทั้งหมดพบว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่คนนี้รายเดียวเท่านั้นที่มีคดีติดตัว

“กรณีที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้มีการอ้างว่า สำนักงาน ปปง. จะได้รับส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ จากการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดนั้น ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงเพราะยกเลิกคำสั่งไปตั้งแต่ปี 2550 เมื่อมีการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะต้องส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือคืนทรัพย์สินให้กับผู้เสียหายในคดีนั้นๆ จึงขอยืนยันว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบคดีไม่ได้มีส่วนแบ่งจากการดำเนินการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ปปง. อาจมีการเรียก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม” พล.ต.ต.ปรีชา กล่าว