svasdssvasds

หมอเตือนนักเที่ยวเสพ 'ยาอี-เลิฟ' เสี่ยงช็อกดับ-ซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

หมอเตือนนักเที่ยวเสพ 'ยาอี-เลิฟ' เสี่ยงช็อกดับ-ซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

กรมการแพทย์เตือนนักเที่ยวกลางคืน นิยมเสพยาอี-เลิฟเอ็คซ์ตาซีปลุกความตื่นตัว โจมตีเซลล์สมอง ทำลายภูมิคุ้มกัน ทำติดโรคง่าย หนักสุดถึงขั้นเสี่ยงช็อกเสียชีวิต ซึมเศร้า มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย

นายแพทย์ ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงปัญหาการใช้ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในสถานบันเทิง ว่า ขณะนี้ พบการแพร่ระบาดมากในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน คือ กลุ่มยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี

ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ของยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง ทำให้ผู้เสพจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

ผลการวิจัยพบว่า ยาชนิดนี้มีอันตรายร้ายแรง แม้เสพเพียง 1-2 ครั้ง ก็สามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันได้ ทำให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย รวมถึงยังทำลายเซลล์สมอง

ขณะที่ นายแพทย์ สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ระบุว่า ยาอีเมื่อเสพเข้าไปจะเข้าไปทำลายระบบประสาท โดนเฉพาะเซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ทำให้ผู้เสพเสี่ยงเข้าสู่สภาวะอารมณ์เศร้า หมองหดหู่ เกิดอาการซึมเศร้า อาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า และมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ และหากเสพยาอี ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ เสพยาชนิดอื่นก็อาจทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้

related