ตร.ภาค1 สกัดจับขบวนการขนยาบ้า ยึด 2.1 ล้านเม็ด

18 ม.ค. 2563 เวลา 7:55 น.

ตำรวจภูธรภาค 1 แกะรอยขบวนการลอบขนยาบ้าจากทางภาคเหนือ สู่ภาคใต้ สกัดรถขนยาบ้าได้ 2 คัน พร้อมยึดยาบ้าได้ 2.1 ล้านเม็ด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่าย ส่วนหนึ่งในผู้ต้องหารับได้ค่าจ้าง 7 แสนบาท

อาชญากรรม - 18 ม.ค. 2563 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค1 แถลงจับกุม ขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ประกอบด้วย นายสมใจ หรือเปี๊ยก  รักสีทอง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช , น.ส.วิไลลักษณ์ หรือหนิง รักษา  อายุ 34 ปี , นายอนุรักษ์ หรือหนึ่ง พุ่มแย้ม อายุ 36 ปี และ น.ส.วาสนา หรือปู เวชศาสตร์ อายุ 39 ปี ทั้งสามรายเป็นชาวสุราษฎร์ธานี พร้อมยา 2,100,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โดยจับได้ที่บริเวณถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้า กทม. บริเวณจุดกลับรถ ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง

ตำรวจภูธรภาค 1 แกะรอยขบวนการลอบขนยาบ้าจากทางภาคเหนือ สู่ภาคใต้  สกัดรถขนยาบ้าได้ 2 คัน พร้อมยึดยาบ้าได้ 2.1 ล้านเม็ด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่าย ส่วนหนึ่งในผู้ต้องหารับได้ค่าจ้าง 7 แสนบาท

การจับกุมสืบเนื่องจากชุดสืบสวนบช.ภ.1 ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า จะมีกลุ่มขบวนการลอบขนยาเสพติดจากภาคเหนือมาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าสืบสวนสะกดรอยติดตาม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 ม.ค. เวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถยนต์ตามข้อมูล จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจสอบ ปรากฎว่าพบยาบ้า บรรจุอยู่กระสอบซุกซ่อนอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ จำนวน 9 กระสอบ รวมจำนวนประมาณ 2,100,000 เม็ด

ตำรวจภูธรภาค 1 แกะรอยขบวนการลอบขนยาบ้าจากทางภาคเหนือ สู่ภาคใต้  สกัดรถขนยาบ้าได้ 2 คัน พร้อมยึดยาบ้าได้ 2.1 ล้านเม็ด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่าย ส่วนหนึ่งในผู้ต้องหารับได้ค่าจ้าง 7 แสนบาท

สอบสวน นายสมใจ หรือเปี๊ยก ให้การว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนมาขนยาสเสพติดดังกล่าวโดยได้ค่าจ้าง 700,000 บาท แล้วนำมาแบ่งให้พรรคพวกที่มาช่วยขน

ตำรวจภูธรภาค 1 แกะรอยขบวนการลอบขนยาบ้าจากทางภาคเหนือ สู่ภาคใต้  สกัดรถขนยาบ้าได้ 2 คัน พร้อมยึดยาบ้าได้ 2.1 ล้านเม็ด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่าย ส่วนหนึ่งในผู้ต้องหารับได้ค่าจ้าง 7 แสนบาท

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะขยายผลถึงบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาต่อไป ส่วนผู้ต้องทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”