Breaking ข่าว

กนอ.เช่าที่ธนารักษ์หนุนเขตศก.ชายแดนภาคใต้

 

กนอ.ลงนามเช่าพื้นที่กรมธนารักษ์ 629 ไร่ หนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พัฒนาเป็นพื้นที่นิคมฯ เปิดรับนักลงทุน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการลงทุนของภาคใต้

วันที่ 8 ส.ค.60 นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ร่วมลงนามกับกรมธนารักษ์ ทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เพื่อจัดตั้งเป็น “นิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จังหวัดสงขลา” พื้นที่ประมาณ 629 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะเวลาการเช่า 50 ปี ซึ่งนับเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ที่อยู่ในพื้นที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ SEZ ภายใต้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ ศักยภาพของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสะเดา ในอำเภอสะเดา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัดสงขลา นับว่ามีความพร้อมทั้งในด้านวัตถุดิบ แรงงาน และระบบคมนาคมขนส่งสินค้า ต่อเนื่องกับประเทศมาเลเซีย และต่อไปยังสิงคโปร์ ด้วยการเชื่อมโยงผ่านด่านชายแดนระหว่างพรมแดนไทย และมาเลเซียที่สำคัญถึง 2 ด่าน คือ ด่านศุลกากรสะเดา-รัฐเกดะห์ และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์-รัฐปะลิส นอกจากนั้น ยังมีท่าเรือน้ำลึก ที่อำเภอสิงหนคร เป็นด่านส่งออก-นำเข้าสินค้า และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดังนั้น พื้นที่ดังกล่าว จึงถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้

“เป้าหมายหลักของการพัฒนาและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา คือมุ่งเน้นสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้มากยิ่งขึ้น และยังสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน ให้สูงขึ้น และที่สำคัญยังเป็นแหล่งสร้างงานและสร้างอาชีพมีรายได้ที่มั่นคงในพื้นที่ภาคใต้”
 

254777-1

นายวีรพงศ์กล่าวอีกว่า กนอ. ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีพื้นที่ที่ก่อให้เกิดรายได้ ประกอบด้วย พื้นที่อุตสาหกรรม 289.63 ไร่ พื้นที่อุตสาหกรรมบริการ (Logistic) 119.57 ไร่ พื้นที่เขตประกอบการเสรี (Free Zone) 81.28 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 286.31 ไร่ พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 102.86 ไร่ พื้นที่เขตพาณิชยกรรม 48.28 ไร่

สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ถือเป็น 1 ในพื้นที่เป้าหมายของรัฐบาลที่ กนอ.จะพัฒนา และกำกับดูแล เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นใหม่ ตามแผนนโยบายการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ที่เร่งดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จได้ภายในปี 2561-2562 โดย กนอ.ได้เตรียมความพร้อมด้านการออกแบบ (Detailed Design Drawings) และให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่นให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ทำให้ทุกภาคส่วน เห็นถึงแนวทางในการพัฒนา และ การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมถึง กนอ.ได้จัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)

โดยล่าสุดคณะกรรมการผู้ชำนาญการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา มีมติเห็นว่ารายงานดังกล่าว มีความสมบูรณ์ครบถ้วนเพียงพอที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป

254777-1

นอกจากนี้ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว จะสามารถรองรับ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ประกอบด้วย ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร และการถนอมอาหาร อุตสาหกรรมเบา กิจการผลิตภัณฑ์เครื่องใช้จากยางพารา และกิจการผลิตเครื่องใช้อนามัยจากยาง เคมีภัณฑ์และพลาสติก ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ หรือเครื่องใช้จากพลาสติกส์ กิจการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กิจการการผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ศูนย์กระจายสินค้า (DC) และกิจการห้องเย็นเก็บสินค้า ซึ่งการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะสามารถก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในพื้นที่มากกว่า 13,000 ล้านบาท และการจ้างงานมากกว่า 3,000 คน

โดยการดำเนินการพัฒนาพื้นที่การลงทุนแห่งนี้ได้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และการส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศต่อไป