ข่าว ต่างประเทศ

ฝีมือมนุษย์! ปี 2560 ‘โลกร้อนที่สุด’ แม้ไม่มี ‘เอลนีโญ’

 

นักวิทยาศาสตร์ ระบุ ปี 2560 เป็นปีที่สภาพอากาศ ‘โลกร้อนที่สุด’ เป็นอันดับ 2 หรือ 3 รองจากปีก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นผลมาจาก ‘ฝีมือมนุษย์’

 

 

วันที่ 22 ม.ค. 61 — ศาสตราจารย์ปีเตอร์ สตอตต์ แห่งสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ปี 2560 เป็นปีที่มีสภาพอากาศ ‘โลกร้อนที่สุด’ ทั้งที่ไม่มีปรากฏการณ์เอลนีโญ ดังนั้น ปี 2561 จึงเกิดปรากฏการณ์ลานีญา ที่ทำให้อากาศหนาวเย็นสุดขั้ว

ทั้งนี้ ตัวเลขของสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ประเทศอังกฤษ และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา กับองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ องค์การโนอา ระบุตรงกันว่า ปี 2560 ‘โลกร้อนที่สุด’ โดยมีอุณหภูมิอยู่เหนือปกติถึง 0.99 องศาเซลเซียส ในขณะที่ เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในระหว่างปี 2558-2559 อุณหภูมิสูงกว่าปกติเพียง 0.2 องศาเซลเซียสเท่านั้น

 

 

นายเพตเตอรี ทาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า แนวโน้มของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ นั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำคัญกว่าสถิติที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปี สภาพอากาศร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณขั้วโลกเหนือจะส่งผลกระทบทำให้น้ำทะเลมีระดับสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลกในส่วนอื่น ๆ ด้วย

ด้าน ศาสตราจารณ์ทิม ออสบอร์น แห่งมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย กล่าวว่า ขณะนี้การทำนายสภาพอากาศทำได้แม่นยำขึ้น จนสามารถรู้ได้ว่า บริเวณใดจะมีอากาศร้อนที่สุด

 

 

ขณะที่ ศาสตราจารย์ริชาร์ด อัลเลน แห่งมหาวิทยาลัยรีดดิง กล่าวว่า แม้โลกร้อนจะเป็นหายนะภัย และนักวิทยาศาสตร์กำลังเผชิญภัยจากโลกร้อนมากขึ้น แต่ก็ยังมีเวลาที่จะแก้ไข เพราะสาเหตุมาจากฝีมือมนุษย์ หากเราร่วมกันลดต้นเหตุอันมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โลกก็จะรอดจากหายนะภัยที่สามารถคาดคำนวณได้จากการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน