ข่าว

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกสำนักงานใหญ่ 2 รายติด โควิด 19

อิตาลี ยอดตายพุ่งเกิน 2,500 ราย ติดเชื้อ 31,000 คน ออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมแจกเงินชาวอเมริกัน 25 ล้านล้านบาทสู้วิกฤติ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม สำนักข่าวจากประเทศจีนโกลบอลไทม์ส รายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) ยืนยันว่าพนักงาน 2 คน ที่ทำงานที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งปัจุบันประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสแล้วทั้งสิ้น 2,269 ราย โดยก่อนหน้านี้ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผอ.องค์การอนามัยโลก ได้แถลงยกระดับโรคโควิด-19 จากโรคระบาด (Epidemic) เป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ของโลก (Pandemic) อย่างเป็นทางการ (Pandemic คือเชื้อโรคใหม่ที่ระบาดไปทั่วโลกที่ทำให้อัตราการป่วยและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก)

 

 

ด้านสำนักงานป้องกันพลเรือนอิตาลีเปิดเผยว่า วานนี้ (17 มี.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3,526 ราย ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 31,506 รายแล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 345 คนรวมเป็น 2,503 คน ขณะเดียวกันรัฐบาลอิตาลีเตรียมเปลี่ยนสถานะสายการบินอาลิตาเลีย กลับมาเป็นของรัฐ ด้วยการประกาศมาตรการช่วยเหลือเป็นเงิน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,560 ล้านบาท

 

 

นายกาเอตาโน มานเฟรดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาของอิตาลีกล่าวว่า รัฐบาลจะให้นักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบในปีนี้จำนวนราว 10,000 คน เริ่มทำงานก่อนกำหนดราว 8-9 เดือน และจะจััดการสอบสุดท้ายที่ปกติต้องทำเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ออกไป เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยนักศึกษาแพทย์เหล่านี้จะถูกส่งไปทำงานที่คลินิกแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและที่บ้านของคนชราเพื่อให้แพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่าได้ไปช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีคนไข้เข้ามาเพิ่มอย่างรวดเร็ว

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศว่ามีจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน สหภาพยุโรปจึงระงับการเดินทางเข้ามาของพลเมืองนอกสหภาพยุโรปและนักท่องเที่ยวที่ถือวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) ซึ่งคลอบคลุม 26 ประเทศ ยกเว้นสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เป็นเวลา 30 วัน หลังองค์การอนามัยโลกมีการประกาศตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 164,000 คน และทวีปยุโรปคือหนึ่งในสาม ทั้งนี้รัฐบาลของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู มีมติให้ปิดพื้นที่ชายแดนรอบนอกของกลุ่มเป็นเวลา 30 วัน นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี กล่าวว่า การปิดพื้นที่ชายแดนนี้จะอนุญาตเฉพาะการเดินทางที่มีความจำเป็นเท่านั้น โดยก่อนหน้าที่ประเทศเยอรมนี และสหราชอาณาจักรได้เพิ่มข้อจำกัดในการทำกิจกรรมที่มีการชุมนุมนอกสถานที่ ขณะที่ฝรั่งเศสคาดว่าจะมีการประกาศปิดประเทศเป็นเวลา 15 วัน เช่นเดียวกับอิตาลีและสเปนที่ปิดประเทศไปแล้ว

 

 

ขณะที่นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงทางชีวภาพของมนุษย์ และว่าประชาชนในออสเตรเลียควรจะยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศทั้งหมดเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยมาตรการสำคัญรวมถึงการยกระดับอันตรายจากการเดินทางไปต่างประเทศสู่ระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด การห้ามรวมกลุ่มในสถานที่ปิดเกิน 100 คน และการที่รัฐบาลมีอำนาจปิดเมืองและการบังคับใช้เคอร์ฟิว ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้ห้ามประชาชนเดินทางไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาดแต่การยกระดับเตือนภัยเป็นขั้นสูงสุดหมายความว่าหากพลเมืองออสเตรเลียเดินทางไปยังประเทศใดแล้วเกิดล้มป่วยด้วยโควิด-19 เจ้าหน้าที่การทูตของรัฐบาลแคนเบอร์ราในประเทศนั้นอาจไปช่วยเหลือลำบากหรือไม่สามารถออกไปได้ด้วยข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวนอกเคหสถานของรัฐบาลประเทศนั้น

 

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พร้อมนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงแผนกู้วิกฤติเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 โดยประกาศเตรียมจะอัดฉีดแจกเงินชาวอเมริกันใช้งบประมาณ 850,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 25 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กู้วิกฤติจากผลกระทบโควิด-19 โดยจะแจกเงินในรูปแบบเช็คซึ่งยังไม่ระบุจำนวนเงินให้ประชาชนภายใน 2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐจำนวน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้จะรวมถึงงบประมาณจำนวน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินเชื่อขนาดเล็ก งบประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับกองทุนรักษาเสถียรภาพ และ 2.5 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับเงินสดที่จะมอบให้ประชาชน ขณะที่งบประมาณสำหรับการชะลอการเก็บภาษีก็จะอยู่ในงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับนี้เช่นเดียวกัน

 

 

มีรายงานว่า เกิดเหตุนักโทษกว่า 800 คนจากเรือนจำ 4 แห่ง ในนครเซาเปาโล ประเทศบราซิล แหกคุกหนีหลังกระทรวงยุติธรรมประกาศเลื่อนโครงการอนุญาตให้นักโทษออกจากเรือนจำมาฝึกอาชีพได้เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางการบราซิลยืนยันพบผู้เสียชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับไวรัสโควิด-19 รายแรกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 62 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครเซาเปาโล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบอกว่าผู้เสียชีวิตมีปัญหาสุขภาพจากโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้มีรายงานว่าในเวลาต่อมาทางการบราซิลสามารถจับกุมตัวนักโทษที่แหกคุกออกไป 834 คนกลับมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

 

ติดตามข่าว ล่าสุด “COVID-19”