กีฬา กีฬาต่างประเทศ

ลุ้นนัดสุดท้าย!!! “โด้” โหม่งชัย 1-0 พา “ฝอยทอง” เขี่ย “โมร็อกโก” ตกรอบแรก

คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ สวมบทฮีโร่อีกครั้งด้วยการโหม่งประตูชัยให้ โปรตุเกส เฉือนเอาชนะ โมร็อกโก ไปได้ 1-0 ไปรอลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้าย พร้อมเขี่ยทีมดังจากแอฟริกาตกรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อย

เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกนัดที่สองของกลุ่ม B แฟร์นันโด ซานโต๊ส เทรนเนอร์ โปรตุเกส ปรับทีมจุดเดียวส่ง เจา มาริโอ ลงทำเกมรุกริมเส้นแทน บรูโน่ แฟร์นันเดส ประสานแนวรุกกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กอนซาโล่ เกเดส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฝั่ง โมร็อกโก ของเทรนเนอร์ แอร์กเว่ เรอนาร์ ปรับทัพสามตำแหน่ง ได้ นาบิล ดิราร์ หายเจ็บเข่าลงตัวจริงแล้ว อีกสองคนคือ มานูเอล ดา คอสต้า กองหลัง กับ คาลิด บูทาอิบ กองหน้าที่ได้รับโอกาส

เริ่มเกมมา 4 นาที โปรตุเกส ได้ประตูนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากลูกเตะมุมเล่นสั้น แบร์นาร์โด้ เขี่ยให้ เจา มูตินโญ่ เปิดเท้าขวาจังหวะเดียว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทิ้งตัวโหม่งจ่อๆ เข้าไปอย่างง่ายดาย กลายเป็นประตูที่ 4 ของ โรนัลโด้ ในเวิลด์คัพ 2018 โมร็อกโก เกือบทวงประตูคืนได้เร็วในนาที 12 ฮาคิม ซิเยค เปิดลูกเตะมุมไปให้ เมดี้ เบนาเตีย โหม่งไปติดเซฟ รุย ปาตริซิโอ ถัดมานาที 39 โรนัลโด้ กระดกบอลให้ กอนซาโล่ เกเดส หลุดเดี่ยวแล้วแต่ยิงไม่ดี บอลไปตรงตัว มูเนียร์ จบครึ่งแรก โปรตุเกส ออกนำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง นาที 57 ฮาคิม ซิเยค ครอสจากด้านขวาให้ ยูเนส เบลอองดา โหม่งจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่ รุย ปาตริซิโอ พุ่งปัดได้แบบซูเปอร์เซฟ ถัดมานาที 60 เบนาเตีย เติมขึ้นมาเล่นฟรีคิกและได้โอกาสจังหวะบอลตกเข้าเท้า แต่ยิงด้วยซ้ายข้ามคาน และอีกครั้งของ เบนาเตีย ในนาที 78 พยายามขึ้นโหม่งจากฟรีคิก แต่บอลไปโดนหลัง เปเป้ ออกหลังไป ท้ายเกม โปรตุเกส สวนกลับได้ฟรีคิกระยะอันตราย 25 หลาในนาที 84 แต่ โรนัลโด้ ยิงไปติดกำแพง จบเกม โปรตุเกส เฉือนชนะ โมร็อกโก 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้มี 4 คะแนนจาก 2 นัด ขณะที่ โมร็อกโก แพ้สองนัดรวด ตกรอบเป็นที่เรียบร้อย

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
โปรตุเกส : รุย ปาตริซิโอ – เซดริก โซอาเรส, เปเป้, โชเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกร์เรโร่ – วิลเลียม คาร์วัลโญ่, เจา มูตินโญ่ – เจา มาริโอ, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กอนซาโล่ เกเดส – คริสเตียโน่ โรนัลโด้
โมร็อกโก : มูเนียร์ โมฮาเมดี้ – นาบิล ดิราร์, เมดี้ เบนาเตีย, มานูเอล ดา คอสต้า, อาชราฟ ฮาคิมี่ – เอ็มบาร์ค บุสซูฟา, คาริม เอล อาห์มาดี้, ฮาคิม ซิเยค – นอร์ดิน อัมราบัต, คาลิด บูทาอิบ, ยูเนส เบลอองดา
ผู้ตัดสิน : มาร์ค ไกเกอร์ (สหรัฐอเมริกา)