สำนักงานนโยบายน้ำแห่งชาติ เร่งทำแผนบริหารจัดการน้ำ รับพายุลูกใหม่

“เลขาฯสทนช.”เผย”ฉัตรชัย”สั่งทุกหน่วยงานดูแลน้ำ เร่งทำแผนบริหารจัดการน้ำและแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ เพื่อรองรับพายุลูกใหม่เดือนก.ย.นี้ พร้อมเร่งระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มขึ้น และจะยึดหลักสถิติเก่าไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ แประจำวงศ์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. กล่าวภายหลังการประชุมอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่มีพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ เพื่อจัดทำแผนการระบายน้ำรองรับพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากจะเทียบเคียบกับสถิติเก่าไม่ได้ เพราะสถานการณ์น้ำเปลี่ยนไป ซึ่งขณะนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ที่มีปริมาณน้ำเกิน 80 เปอร์เซ็นต์แล้วกว่า 10 แห่ง รวมถึงระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุมอีก 7 แห่ง รวมถึงเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีแต่ต้องเพิ่มกาลักน้ำ และอ่างเก็บน้ำน้ำอูน จ.สกลนคร ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่มีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุมที่มีการปล่อยน้ำวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มการปล่อยน้ำวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นจะต้องจัดทำแผนขึ้นใหม่ว่าจะสามารถเร่งระบายก่อนที่พายุจะเข้ามา หรือจะยอมปล่อยให้พื้นที่ท้ายท่วม เพื่อบริหารจัดการว่าจะปล่อยน้ำหรือไม่ ยืนยันว่าสนทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแผนให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะได้รับผลกระทบจากพายุลูกใหม่ ทั้งนี้ พบว่ามีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงต้องหามาตรการรับมือ เช่น การจัดทำฝนหลวง และแผนการส่งน้ำเพื่อเพราะปลูกพืชฤดูแล้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เน้นให้การจัดทำข้อมูลมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะของสทนช. กับกระททรวงมหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนก่อนที่จะน้ำจะเข้ามา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน