พรรคเพื่อชาตินัดประชุม วันนี้ เพื่อแก้ไขข้อบังคับ ยืนยัน ไม่ง้อแกนนำหลักของนปช. ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรค พร้อมระบุ ที่ผ่านมา ชาวอีสานจำใจต้องเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ไม่ชอบตัวบุคคลที่ส่งลงสมัคร

เพื่อชาติ เขย่า พท. เย้ย ที่ผ่านมา คนอีสานจำใจเลือก ทั้งที่ไม่ชอบบุคคล

เพื่อชาติไม่ง้อณัฐวุฒิ -ธิดา -เหวง เย้ยอีสานจำใจเลือกเพื่อไทย

นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ ผู้ประสานงานพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า หลังจากพรรคเพื่อชาติ เริ่มประกาศแนวทางจุดยืนทางการเมืองออกไป ขณะนี้ มีคนติดต่อขอร่วมงานกับพรรคเป็นจำนวนมาก ทั้งอดีต ส.ส.  บุคคลที่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง นักการเมืองท้องถิ่นทำให้บางเขต อาจเกิดปัญหาผู้สมัครทับซ้อน ดังนั้นทางพรรค จะทำไพรมารีโหวต เพื่อสอบถามความคิดเห็นประชาชน เลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด

นายศักดิ์ระพี ยืนยัน ว่าพรรคเพื่อชาติ จะแข่งขันกับพรรคเพื่อไทยในทุกเขต ไม่มีการฮั้ว โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ที่ผ่านมาประชาชน ไม่ได้ชื่นชอบตัวบุคคล แต่จำใจต้องเลือกพรรคเพื่อไทย ส่วนแกนนำนปช. อีกหลายคน อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ หากไม่เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งพรรคเพื่อชาติ นายจตุพร พรหมพันธ์ ได้พูดชัดแล้ว หากแนวคิดไม่ตรงกัน ก็ไม่จำเป็นต้องมาร่วม

เพื่อชาติโอ่ “ทนง พิทยะ” เหมาะขุนคลัง เตรียมประชุมพรรคนัดแรก

ส่วนมีรายชื่อของ นายทนง พิทยะ อดีต รมว.การคลังในรัฐบาลไทยรักไทย จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นั้น  นายศักดิ์ระพี กล่าว่า ขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจน เพราะต้องรอให้มีการประชุมใหญ่เสียก่อน ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า นายทนงเป็นผู้ที่เหมาะสม เป็นขุนคลังเศรษฐกิจ ที่ได้รับการยอมรับมากกว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ พรรคเพื่อชาติ นัดประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรค เปลี่ยนสัญลักษณ์พรรค ที่อิมพีเรียลสำโรง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในแนวทางพรรคมายื่นสมัครเป็นสมาชิกด้วย

ณัฐวุฒิย้ำ ! ยังอยู่เพื่อไทย ไม่สังฆกรรม “พรรคจตุพร”

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ยืนยัน นปช.ไม่มีแนวคิดการตั้งพรรค ซึ่งตนจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป เนื่องจากเป็นสมาชิก มาตั้งแต่ยุคของพรรค ไทยรักไทย  และในส่วนของนายจตุพร หากต้องการตั้งพรรค  ก็สามารถทำได้ และตราบใดที่ยังมีอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย ก็ยังถือว่าเป็น นปช. เว้นแต่ มีอุดมการณ์เดียวกับพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้สถานะความเป็น นปช. สิ้นสุดลงทันที