“สุเทพ” ลั่น ยุทธการแตกแบงค์ร้อยของ “ทักษิณ” ประมาทไม่ได้

ที่อาคารพีเคแอล ซอยรัชดาภิเษก 26 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พอใจกับผลการเดินคารวะแผ่นดินทั้ง 14 วันที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับการตอบรับจากประชาชน แม้จะมีเรื่องตื่นเต้นได้ทุกวัน แต่ก็ไม่สนใจว่าจะมีใครมาก่อกวนหรือสร้างภาพให้เกิดความเสียหายเพราะเห็นว่าเป็นการเตรียมการล่วงหน้า เช่นกรณีที่ไปที่ตลาดบ่อบัวมีคนหนึ่ง นำนกหวีดวางบนถุงปุ๋ยมาคืนซึ่งตนเข้าใจดีว่าต้องการเสียดสีว่าตนเคยเดินรับบริจาคเงินในช่วงปี 57 แต่ไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงกรณีที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ตนและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคหยุดการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากประชาชนไม่เอาด้วยแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นความเห็นของนายอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ ตนน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมด แต่ยังคงขอเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำเพื่อบ้านเมือง

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งของรัฐบาล นายสุเทพยังกล่าวว่า ที่กำหนดว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งราว 4 เดือนเศษว่าค่อนข้างจะช้า ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นผู้จัดการรัฐบาลใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเศษ แต่ก็เป็นเพราะการเมืองในขณะไม่มีความซับซ้อนเท่าวันนี้มาก และมีพรรคการเมืองจำนวนมากจึงไม่สามารถประเมินได้ว่าคะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่มีพรรคการเมืองน้อยสามารถตกลงกันได้ง่าย ตนเห็นว่าขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยมีกลยุทธ์แตกสาขา ซึ่งตนเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่านายทักษิณ ชินวัตรจะใช้ยุทธวิธีแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย ถือเรื่องที่ประมาทไม่ได้เพราะแบงค์ร้อยเมื่อรวมกันก็เป็นจำนวนมากและอาจจะเป็นตามเป้าที่มีการประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะได้เกิน 300 เสียง ด้วยการให้พรรคของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปเน้นกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ส่วนพรรคของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็เน้นที่พื้นที่ภาคใต้และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง ก็อาจจะมีกลุ่มเป้าหมายไปอีกกลุ่มหนึ่ง นายสุเทพกล่าวต่อไปว่า ตนเชื่อว่าเมื่อแยกกันไปแล้วสุดท้ายก็จะมารวมกัน แต่ในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทยไม่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางการเมืองเพราะจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาให้ประชาชนเห็นว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องซับซ้อนจากนี้ไป ตนจะลงพื้นที่คารวะแผ่นดินในภาคใต้ซึ่งไม่กลัวว่าจะเกิดกระแสต่อต้านเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น เพราะการเดินของตนเปรียบเทียบเหมือนกับพระธุดงค์ จึงมั่นใจว่า การเดินคารวะแผ่นดินของตนจะไม่นำไปสู่ควมมวุ่นวายจนเป็นสาเหตุให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้งเหมือนที่มีการตั้งข้อสังเกตกันอยู่ในขณะนี้