การเมือง

“สมศักดิ์” ขอบคุณ “บิ๊กตู่” ค้านนโยบายเปลี่ยนสปก.เป็นโฉนด – “โฆษกรัฐ” ชี้ให้เห็นยังไม่ถูกทาบนั่ง”นายกฯ”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็น เป็นห่วงต่อการนำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดิน สปก. ให้แก่เกษตรกรว่าจะทำให้ที่ดินของรัฐหรือ สปก. ที่มีไว้เพื่อทำการเกษตรอาจจะถูกเปลี่ยนไปเป็นของนายทุนและอาชีพเกษตรกรจะหมดไปนั้น ว่า ต้องขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความเห็น และแสดงความเป็นห่วง แนวคิดของพรรคพลังประชารัฐเห็นด้วยอย่างยิ่งกับนายกรัฐมนตรี ในการที่จะต้องรักษาที่ดินของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปก. ไว้เพื่อให้เกษตรกรทำอาชีพการเกษตรต่อไป เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐต้องการที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรให้ได้รับสิทธิ์ในที่ดิน สปก. ได้ตรงตามความต้องการและตามสถานการณ์ที่แท้จริงในด้านเศรษฐกิจและสภาพพื้นที่ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่กฎหมาย สปก. ที่บังคับใช้อยู่ขณะนี้ มีมานาน 40 กว่าปีแล้ว จึงไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน

ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเปลี่ยนที่ดินส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดมอบแก่เกษตรกร ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่านายกฯ ยังไม่ได้รับการทาบทามจากพรรคพปชร. ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ตัดสินใจไปพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งถ้าดูจากแนวคิดดังกล่าวจะเห็นว่า นายกฯพูดอย่างหนึ่งแต่พรรคทำอีกอย่างหนึ่ง แสดงว่าท่านไม่ได้เข้าไปวุ่นวายเกี่ยวข้องอะไรอย่างที่มีการกล่าวหา ส่วนเรื่องนโยบายนั้นก็ต้องไปถามผู้บริหารพรรค พปชร.ที่เป็นผู้กำหนด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

“รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า การเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯของพรรคใดพรรคหนึ่งต้องได้รับคำยินยอมจากท่านก่อน 1 คน สามารถไปได้แค่พรรคเดียว และไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค หรือต้องเข้าไปมีส่วนในการร่างนโยบายของพรรค หมายความว่าไม่ต้องไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้น อาจเป็นคนที่มีความสามารถ และเป็นคนที่สมควรเสนอชื่อ ดังนั้น นายกฯจะทำอะไรก็ไม่จำเป็นที่จะต้องผูกกัน ก็เหมือนกับคนทำงานอยู่ดีๆ แล้วมีคนเสนอชื่อไปก็ไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว