การเมือง

“ธรรมนัส” ตอบกระทู้ปมคดีค้ายาเสพติด ที่ออสเตรเลีย ย้ำไม่เคยติดคุก แค่โดนกันเป็นพยาน 4 ปี และสุดท้ายยกฟ้อง

วันนี้ (11 ก.ย. 62) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังสื่อออสเตรเลียนำเสนอข่าวการพัวพันคดียาเสพติด

ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง ทำให้ พล.ต.ท.วิศณุ บอกว่า ตนก็ยังงงๆที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัสมาตอบ งงว่า ท่านจะตอบได้หรือไม่ ทั้งนี้ มีข่าวว่า จะให้น้องชายหรือพี่ชายมาทำหน้าที่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นการสับขาหลอกหรือไม่ สุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส ก็มาเป็นรัฐมนตรีเสียเอง ทั้งนี้ จากการนำเสนอข่าวของสื่อออสเตรเลียว่า ร.อ.ธรรมนัส พัวพันคดียาเสพติด จึงขอถามไปยังนายกรัฐมนตรีว่าในช่วงที่มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและมีข่าวพัวพันคดียาเสพติด ซึ่งมีผู้ทักท้วงจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอย่างไร และจะรับผิดชอบอย่างไร

ร.อ.ธรรมนัส จึงตอบกระทู้ดังกล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ที่มีสมาชิกได้ตั้งกระทู้ถามประเด็นที่เป็นเรื่องส่วนตัวของตน โดยกรณีที่พล.ต.ท.วิศณุถามว่า นายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรนั้น และพล.ต.ท.วิศณุ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ปี 2540-2541 คดีที่ตนถูกกล่าวหาว่าร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตนั้น ตนแทบไม่น่าเชื่อว่าได้ยินจากปาก พล.ต.ท.วิศณุ ว่าตนถูกลงโทษ แสดงว่า พล.ต.ท.วิศณุ ไม่เคยติดตามข่าวสารว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากตนไม่เคยเป็นผู้ต้องหาในคดีใดๆทั้งสิ้น และเรื่องนี้จบแล้ว ศาลให้ตนชนะคดี เพราะศาลสั่งยกฟ้อง ส่วนที่สื่อออสเตรเลียนำเสนอข่าวนั้น ตนเคยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแล้ว และทุกคนทราบว่าอะไรคืออะไร ตนเดินทางไปออสเตรเลีย ตนมีเวลาอยู่ในนครซิดนีย์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เด็กตัวเล็กๆจากบ้านนอกอย่างตน พูดภาษาอังกฤษยังไม่รู้เรื่อง และตนไม่มีเงินจะสู้คดี ต้องใช้ทนายอาสาของออสเตรเลีย ตนไม่เคยรับสารภาพว่าขนยาหรือค้ายา หรือนำเข้ายาเสพติด หากเป็นข้อเท็จจริง ไปเอามาเลยว่าตนรับสารภาพตอนไหน ตนชี้แจงมาหลายครั้งแล้ว แล้วยังมาถามเช่นนี้ ตนไม่เคยถูกตัดสิน เพียงแต่รอการตัดสินอยู่ในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ ผู้พิพากษาท้องถิ่น ณ เวลานั้น บอกว่า ตนมีหน้าที่เป็นพยานให้กับผู้ถูกกล่าวหาอีกคนหนึ่งที่เป็นฝรั่ง เมื่อครบ 4 ปี ตนไม่เคยอยากกลับไทย อยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่นั่น แต่เมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้กลับ จึงกลับไทย ดังนั้น ศาลออสเตรเลีย เสนอให้ตนอยู่จนวาระการเป็นพยานจนครบ 4 ปี และท้ายที่สุด ศาลก็ยกฟ้องผู้ต้องหาที่ตนเป็นพยานด้วย

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปี 2557 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนสมัครเป็น ส.ส.พรรคหนึ่งในบัญชีลำดับที่ 55 หากไม่มีรัฐประหารเวลานั้น ตนก็เป็น ส.ส. ไม่เห็นจะมีใครโจมตีใดๆ

“ผมตอบแทนนายกรัฐมนตรีว่า ชีวิตผมผ่านพระราชกฤษฎีกาการล้างมลทินมาหลายฉบับแล้ว ผมทำงาน 7 วันในรอบสัปดาห์ ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนทุกภาค เขากำลังลำบากกันอยู่ ผมไปเยี่ยมที่อุบลราชธานี ผมเห็นน้ำตาของชาวบ้านแล้ว ในฐานะที่เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งชาติ ทำไมไม่เห็นใจเขา เอาแต่เรื่องไร้สาระมาสาดใส่กัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

จากนั้น นายวิรัตน์ สรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า ท่านรัฐมนตรีอย่ามาบีบน้ำตาที่นี่ ทุกคนก็คิดถึงพี่น้องประชาชนเช่นกัน แต่ประธานการประชุมได้สั่งยุติการประท้วงก่อน

ร.อ.ธรรมนัส จึงชี้แจงต่อว่า ตนอยู่กับปัจจุบัน และตนโชคดีที่สุดที่ได้ใช้เวลานี้ มาชี้แจงเรื่องในอดีตเมื่อ 20 กว่าปีของตน ตนจะไม่ยอมให้อดีตมาทำลายอุดมการณ์ว่า ตนจะทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ว่าจะอยู่สถานะใด ขอทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน รักษาไว้เพื่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ตนจะไม่ยอมอยู่กับเรื่องเก่าๆที่เป็นฝันร้ายของตน หลังจากนี้ ฝันร้ายเหล่านี้จะต้องหายไปจากชีวิตตน และหากใครสงสัยประเด็นเหล่านี้ ไปถามตนส่วนตัวด้วย จากนี้ตนจะเอาจริงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าใครก็ตามที่พาดพิงเรื่องของตน ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนที่ให้เกียรติตน ตนทราบว่า หลายคนให้กำลังใจตนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ชีวิตลูกผู้ชายคนนี้ หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนประชาชน ตนไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ตนยินดีทำด้วยความเต็มใจและทำให้ดีที่สุด

พล.ต.ท.วิศณุ ได้ลุกขึ้นสอบถามอีกว่า ขอสอบถามไปยังนายกรัฐมนตรี หาก รัฐมนตรีพัวพันคดียาเสพติด ถือเป็นโทษร้ายแรงที่จำเป็นต้องปรับออกจากคณะรัฐมนตรีหรือไม่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จากนั้น นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวต่อสมาชิกว่า รัฐมนตรีได้ตอบคำถามครบถ้วนแล้ว คงไม่ต้องตอบคำถามว่าจะต้องลาออกจากรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ก่อนจะให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป