“บิ๊กศักดิ์สิทธิ์อัลลอย” รุดเยี่ยม! พ่อเฒ่าซาเล้ง- “โจ๋” ขอขมาสำนึกผิด

ผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย พร้อมผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายพ่อเฒ่าซาเล้ง เข้าเยี่ยมอาการและกราบขอขมา

วันนี้ (16 มี.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ โรงพยาบาลราชวิถี นายธนะพัฒน์ วัชรฐิติเปรมชัย ผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เดินทางมายังโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมได้นำตัวนายนราธร โสตติยัง หรือ จ๊อด ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี คนขับซาเล้ง เพื่อเข้าเยี่ยมอาการและกราบขอขมานายจรูญ หลังพักรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาลดังกล่าว

โดยนายนราธร กล่าวว่า ตนเองขอยอมรับผิดทุกอย่างในสิ่งที่ได้กระทำ และยืนยันว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มสุราหรือของมึนเมาใดๆ แต่ที่กระทำลงไปเพราะความโกรธที่นายจรูญ ไม่ให้ความสนใจจึงเกิดบันดาลโทสะและทำร้ายร่างกายนายจรูญ ตามที่ปรากฎในคลิปวีดีโอ ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นตนเองรู้สึกผิดเป็นอย่างมากจึงเข้ามอบตัวกับเจ้าหนาที่ตำรวจ และในวันนี้ก็ตั้งใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาเข้ามากราบขอขมานายจรูญที่โรงพยาบาลเอง และรู้สึกดีใจที่นายจรูญให้อภัยตนเองแล้ว

นายนราธร ยังกล่าวอีกว่า หากอาการของนายจรูญหายดีจะเป็นผู้ดูแลเอง ขณะเดียวกันยืนยันว่า ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมอย่างที่มีกระแสออกมา แต่เคยมีเพียงประวัติทะเลาะวิวาทเท่านั้น

ด้านนายธนะพัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ดูคลิปวิดีโอที่แชร์กันในโซเชียล ก็รู้สึกสงสารและไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนสูงอายุ และในวันนี้ได้เดินทางมาให้กำลังใจนายจรูญ และครอบครัว พร้อมมอบของที่ระลึกและเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้จากกระแสข่าวที่ออกมาว่านายจรูญ คือผู้ก่อตั้ง ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย ก่อนจะถูกเทคโอเวอร์กิจการจนทำให้ต้องมาประกอบอาชีพขับซาเล้งหาของเก่านั้น ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบประวัติของนายจรูญ แต่อย่างใด แต่คาดว่าอาจจะเคยร่วมงานกับทางบริษัทมากกว่า ซึ่งอาจจะนานมาแล้ว และก็ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับทางครอบครัวของนายจรูญถึงเรื่องนี้แล้ว ซึ่งเชื่อว่า อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของบุตรสาวนายจรูญ ซึ่งก็ไม่อยากให้ครอบครัวของนายจรูญเกิดความกังวลหรือเครียด เพราะทางบริษัทไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวโทษหรือเอาผิดใดๆ ทั้งสิ้น

นางสาววนิดา มณีพันธ์ บุตรสาวของนายจรูญ กล่าวว่า จากที่ได้เคยให้ข่าวว่านายจรูญเคยเป็นผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์อัลลอยนั้น เป็นเรื่องเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะตอนนั้นตนอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น โดยในวันนี้หลังจากที่เห็นนายนราธร ผู้ต้องหาเข้ามาขอขมานายจรูญ ก็รู้สึกดีใจที่ยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และไม่ถือโทษใดๆ

ทั้งนี้ หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บของนายจรูญ และจัดการเรื่องคดีเรียบร้อยแล้วจะพานายจรูญกับไปอยู่ที่จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนไม่ได้ทิ้งพ่อ ยังดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ตลอด แต่ที่นายจรูญออกไปขับซาเล้งเป็นความต้องการของนายจรูญเอง ที่ค่อนข้างมีนิสัยดื้อรั้น ซึ่งตนและแม่เคยห้ามปรามแต่ก็ไม่ฟัง และยืนยันอีกว่า นายจรูญไม่ได้เป็นคนติดสุราและไม่เคยดื่มเหล้า เพียงแต่ติดบุหรี่เท่านั้น