เปิดเผยเบื้องหลังการช่วยเหลือ ถอดบทเรียน 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมถอดบทเรียนจากปฏิบัติการค้นหากู้ภัยและช่วยเหลือผู้สูญหายภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-10 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในการถอดบทเรียนครั้งนี้ พร้อมด้วย พล.ต.สายัณฑ์ เมืองศรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 นายกองชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรม ปภ.นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 และนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อนำผลการปฎิบัติและปัญหาอุปสรรคที่ได้จากภารกิจช่วยเหลือผู้สูญหายไปใช้เหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตโดยทางจังหวัดสรุปเหตุการณ์ว่าเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาดามีเข้าไปในถ้ำช่วงบ่ายวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งหลังจากนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย(ในขณะนั้น) ไปตรวจสอบพบว่าระดับอำเภอไม่สามารถจัดหานักประดาน้ำดำเข้าถึงตัวเด็กได้จึงตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และยกระดับเป็นภัยพิบัติระดับ 2 จากนั้นประสานทหารเรือหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยชีลเข้าปฏิบัติการดำน้ำค้นหา ก่อนที่จะมีทีมอาสาสมัครทั้งในประเทศและจากทั่วโลก เข้ามาจนสามารถช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้สรุปข้อมูลทั้งหมดให้แล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้นายภาสกร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภัยพิบัติระดับ 2 ที่จังหวัดสามารถดำเนินการได้โดยระดับ 1 คือระดับอำเภอ ระดับ 2 คือระดับจังหวัด ระดับ 3 ระดับกระทรวงมหาดไทย และระดับ 4 รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีจะบัญชาการเอง กระนั้นเนื่องจากภัยครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมีผู้ระดมกำลังเข้าสนับสนุนภารกิจจำนวนมากจึงต้องจัดตั้งศูนย์บัญชาการสั่งการ จ.เชียงราย แบ่งภารกิจ จัดระเบียบ ฯลฯ จึงทำให้ภารกิจบรรลุเป้าหมายมาได้ ดังนั้นจึงถึงเวลาต้องถอดบทเรียนเพราะคนทั้งโลกต้องการรู้ว่าประเทศไทยเราบริหารเหตุการณ์นี้อย่างไรด้านนายกมลไชย กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีกำหนดจะปิดถ้ำตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เพราะเข้าฤดูฝนแต่เด็กๆ ทั้ง 13 คนเข้าไปก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วัน ขณะที่ถ้ำหลวงดังกล่าวนั้นไม่เคยมีการสำรวรจทางวิชาการอย่างเป็นทางการมาก่อนเลย ที่ผ่านมาแผนที่ภายในได้จากคำบอกเล่าหรือนักสำรวจทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เคยเข้าไปแล้วเขียนแผนผังคร่าวๆ ว่ามีห้องโถง มีช่องต่างๆ อย่างไร ส่วนโพรงหรือปล่องด้านบนก็ล้วนมาจากเรื่องเล่าจากชาวบ้านทั้งสิ้น ส่วนตัวเคยเข้าไปได้ลึกประมาณ 700-800 เมตรก็ต้องรีบออกมาเพราะอากาศภายในมีน้อยโดยผลสรุปพบว่ามีปล่องด้านบนถ้ำนับ 100 ปล่อง แต่ที่เป็นไปได้มีจำนวน 24 ปล่อง และลึกที่สุดคือประมาณ 400 เมตร ทีมค้นหารังนกที่เข้าไปสนับสนุนภารกิจได้โรยตัวลงไปได้จากนั้นก็มีช่องคดเคี้ยวต่อไปได้อีกแต่ก็ตัน ไม่สามารถไปถึงช่องถ้ำได้ โดยใช้เครื่องมือจีพีเอสตรวจพบว่าต้องขุดเจาะอีก 800 เมตรซึ่งเป็นไปไม่ได้จึงได้ยกเลิกภารกิจการเจาะไป นอกจากนี้ผลการตรวจด้านบนยังพบห้วยน้ำดั้น ห้วยมะกอก ซึ่งบางจุดมีช่องหินที่น้ำกว่าร้อยละ50 ที่ไหลลำห้วยได้หายไปในช่องหินแล้วมุ่งตรงไปยังโพรงถ้ำด้านในจึงเกิดปฏิบัติการทำท่อน้ำให้ไหลพ้นช่องดังกล่าวเพื่อพร่องน้ำภายในถ้ำพล.ต.สายัณห์ กล่าวว่าจุดที่เด็กๆ ติดอยู่ในถ้ำลึกจากด้านบนกว่า 1,300 เมตรหรือ 1 ไมล์กว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่สามารถเชื่อมปล่องด้านบนกับช่องถ้ำที่ลึกดังกล่าวได้ ขณะที่ปริมาณน้ำช่วงระหว่างวันที่ 19-21 มิ.ย.มีปริมาณ 90 มิลลิเมตรรวมกันแล้วมีมวลน้ำกว่า 270,000 ลูกบาศก์เมตรทะลักเข้าไปในถ้ำก่อนเด็กๆ จะเข้าไป อีกทั้งจากการสแกนจากด้านบนพบว่าลึกลงไปประมาณ 100 เมตรก็เต็มไปด้วยโพรงน้ำและน้ำที่ไหลผ่านไปถึงปลายเขาเหลือแค่ร้อยละ10  ที่เหลือไหลลงโพรงเหล่านี้มุ่งตรงไปยังถ้ำ กระทั่งวันที่ 25-27 มิ.ย.พบว่าปริมาณฝนมากถึง 119 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มเป็น 320,000 ลูกบาศก์เมตร ทำให้เด็กๆ ติดอยู่ในถ้ำแล้วออกมาไม่ได้ และหน่วยที่ดำน้ำเข้าไปค้นหาก็ต้องถอนกำลังออกเพราะปริมาณน้ำดังกล่าวทะลักท่วมออกมาถึงปากถ้ำ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน