ปล่อยผ่านได้ไง! เปิดใจหนุ่มเชียงใหม่ โดนปลอมเช็ค 63 ใบ แต่ 4 แบงก์ให้ขึ้นเงิน [คลิป]

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อามิตร จาวลา โพสต์ภาพเช็กที่ถูกปลอมแปลงลายเซ็น และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผู้รับเงิน พร้อมขอความเป็นธรรมว่า ช่วงปลายเดือนก.ย. 2561 ได้ตรวจสอบพบว่าถูกอดีต พนักงานบัญชีของร้านทุจริตด้วยการปลอมแปลงลายเซ็นและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผู้รับเงินในเช็คของร้านที่เปิดไว้ธนาคารชื่อดัง 4 แห่ง รวมจำนวน 63 ใบ เป็นจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาท ซึ่งถูกเปลี่ยนชื่อผู้รับเงินเป็นสามีและลูกชายของอดีตพนักงานบัญชี รวมถึงพนักงานบัญชีด้วย โดยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ได้พยายามถามความรับผิดชอบจากธนาคารทั้ง 4 อย่างต่อเนื่อง เพราะเช็คที่ถูกปลอมแปลงมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด  แต่ธนาคารกลับไม่มีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าและการแสดงท่าทีรับผิดชอบใดๆ จากธนาคาร จึงมีการโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง

จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าว คือ นายอามิตร จาวลา อายุ 33 ปี นักธุรกิจเจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องสำอางชื่อดังของเชียงใหม่ โดย นายอามิตร เผยว่า ตนตรวจสอบพบว่าอดีตพนักงานบัญชีของร้านทุจริต เนื่องจากถูกคู่ค้าโทรศัพท์ทวงถามว่ายังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า ทั้งที่เช็คของทางร้านได้สั่งจ่ายไปแล้วและเงินถูกตัดบัญชีแล้ว จึงตรวจสอบจนพบว่าอดีตพนักงานบัญชีทำการทุจริตด้วยการปลอมแปลงลายเซ็นและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินในเช็ค โดยแต่ละเดือนในบริษัทฯ จะมีการทำธุรกรรมผ่านเช็คนับร้อยใบ อดีตพนักงานบัญชีรายนี้ฉวยโอกาสหยิบเช็คครั้งละ 2 ถึง 3 ใบ และนำไปแก้ไข ก่อนนำฝากเข้าบัญชีต่างๆ ที่เตรียมไว้ เพื่อรับเงินจากธนาคาร 4 แห่ง อีกทั้งยังพบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน และรับเงินโอนจากเช็คที่อดีตพนักงานบัญชีรายนี้ปลอมแปลงอีกด้วย

โดยหลังจากที่ตรวจสอบพบได้มีการแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งติดต่อไปยังธนาคารเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ เนื่องจากจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหายรวมแล้วมากกว่า 8 ล้านบาท และที่สำคัญก็คือเช็คทั้งหมดที่มีการปลอมแปลงลายเซ็นและเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินนั้น ทุกใบมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เช็คบางใบมีถึง 3 ลายเซ็นที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย, มีการแก้ไขชื่อผู้รับเงินหรือวันที่ โดยที่บางใบมีการเร่งวันที่ให้เร็วขึ้นด้วย แต่เหตุใดทางธนาคารกลับไม่มีการตรวจสอบหรือสังเกตพบเลย รวมทั้งหากมีข้อสงสัยใดๆ ทำไมจึงไม่สอบถามกลับมาที่ตัวเอง อย่างไรก็ตามจากการติดตามทวงถามกับทั้ง 4 ธนาคารชื่อดัง ตลอดช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมา กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ และมีท่าทีที่ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีอย่างที่ควรจะเป็นด้วย อย่างการขอหลักฐานประกอบสำนวนก็ยังให้ไม่ครบ ทั้งๆ ที่ธุรกิจของครอบครัวตัวเองเป็นลูกค้าของธนาคารมานานหลายสิบปี

ทั้งนี้ นายอามิตร บอกด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเครียดอย่างมากจนนอนไม่หลับและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติ ทำให้ต้องพบแพทย์และกินยาคลายเครียด นอกจากนี้กรณีที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อการขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจของตัวเองด้วย อย่างไรก็ตามยังถือว่าโชคดีและต้องขอบคุณที่ทางบริษัทคู่ค้าต่างๆ เข้าใจกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นและให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการขยายระยะเวลาการชำระค่าสินค้าออกไปก่อน รวมทั้งยังให้สั่งสินค้าได้เช่นเดิม โดยเรื่องราวที่ตัวเองนำมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียนั้น เหตุผลเพราะต้องการจะให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างและเป็นอุทาหรณ์ สำหรับผู้คนเพื่อให้ระมัดระวังรอบคอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมทั้งต้องการร้องขอความเป็นธรรม และทวงถามความรับผิดชอบจากธนาคารชื่อดังทั้ง 4 แห่งด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน