แม่น้ำสาละวิน ตรวจครั้งที่ 3 ยังพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน
แม่น้ำสาละวินเคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสายน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก เนื่องจากไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นตลอดสาย และเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2568 เริ่มมีการตรวจพบสัญญาณอันตราย เมื่อผลการตรวจตัวอย่างน้ำโดยนักวิชาการพบการปนเปื้อนของ "สารหนู" เกินค่ามาตรฐานเป็นครั้งแรก
วิกฤตนี้ถูกมองว่าเป็น "อาชญากรรมสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน" ที่คล้ายกับกรณีแม่น้ำกก โดยมีข้อสมมติฐานว่าอาจเกิดจากกิจกรรมทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองคำจำนวนมากในประเทศเพื่อนบ้านเหนือประเทศไทยขึ้นไป ซึ่งมีการใช้สารเคมีรุนแรงและขาดการควบคุมมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สารพิษไหลลงสู่ลำน้ำสาขาและเข้าสู่แม่น้ำสายหลักกระทบถึงฝั่งไทย
ผลกระทบในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งในแง่ของสุขภาพ การกินอยู่ และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอาชีพประมงพื้นบ้านที่รายได้หดตัวลงอย่างมหาศาลเนื่องจากความหวาดกลัวเรื่องสารตกค้างในสัตว์น้ำ