รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันพลเอกประยุทธ์ไม่เคยทาบทามนักการเมืองคนไหนให้มาร่วมงาน เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่เคยประกาศว่าจะลงเล่นการเมือง

“ประวิตร” ยัน “บิ๊กตู่” ไม่เคยทาบทามนักการเมือง

วันนี้( 15 พ.ค.) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่าอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อ เนื่องจาก มีผลงานดีมาตลอด 4 ปี ว่าผลงานของรัฐบาลดีมากอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นกับ พลเอกประยุทธ์ ว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ พร้อมทั้ง ยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ ไม่มีการทาบทามนักการเมืองมาร่วมงาน เพราะนายกฯ ยังไม่ได้บอกว่า จะลงเล่นการเมือง แต่ส่วนตัว ก็พร้อมสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะร่วมทำงานด้วย เพราะส่วนตัวมีอายุมากแล้ว และมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง

ขณะเดียวกัน พลเอกประวิตร ยังแจงกรณีที่เคยออกมาพูดว่า คน 70 ล้านคนยังไม่อยากเลือกตั้ง นั้น ส่วนตัวไม่ได้หมายความเหมือนที่พูด แต่หมายความว่า คน 70 ล้านคน นั้น เข้าใจโรดแมปของรัฐบาล ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีปัจจัยใดที่ทำให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป

ส่วนการพูดคุยกันระหว่าง นายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษาพลเอกประวิตร กับ นายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น นั้น พลเอกประวิตร ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับตน แม้นายไพศาลจะเป็นที่ปรึกษาของตน แต่ก็ไม่ใช่ด้านการเมือง พร้อมย้ำ ส่วนตัวพูดคุยกับนายไพศาลแค่เรื่องงานเท่านั้น ส่วนความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ คงต้องไปถามนายเสนาะ ที่เป็นคนพูด

นอกจากนี้ พลเอกประวิตร ยังกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ซึ่งแกนนำกังวลว่าจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ ว่า จะใช้มาตรการดูแลรักษาความเรียบร้อยตามปกติ ไม่กังวลมีเรื่องมือที่สาม

พลเอกประวิตร ระบุต่ออีกว่า ขอให้ทางการมาเลเซียดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะสามารถพูดคุยในเรื่องต่างๆรวมถึง แนวทางของคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง พร้อมเชื่อว่า การที่มาเลเซียขอเลื่อนการพูดคุยสันติสุขฯ ออกไป จะไม่กระทบต่อพื้นที่ที่ไทยรับผิดชอบ นั่นคือ อำเภอเจาะไอร้อง จีงหวัด นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องพื้นที่ปลอดภัย เพราะในส่วนนโยบายการพูดคุยจะไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจาก เป็นนโยบายระหว่างประเทศ