เพื่อนบ้านหื่นเข้าล็อกคอข่มขืน สาววัย 16 ขณะนุ่งกระโจมอาบน้ำ ด้านผกก.สภ.ประโคนชัย สั่งจับทันทีโดยไม่ต้องรอผลตรวจ คนร้ายรับสารภาพวางเเผนก่อนลงมือ 2 วัน

รวบเเล้ว! ไอ้หื่นข่มขืนสาววัย 16 สารภาพมีอารมณ์เพราะเห็นนุ่งกระโจมอก

(22 พ.ค.61)  ผู้สื่อข่าวได้รับร้องทุกข์จากชาวบ้านใน ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากจะให้นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญ ไปดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนชั้น ม.4 หลังจากถูกชายเพื่อนบ้านบุกข่มขืนในห้องน้ำชั้นล่างของบ้านแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย

นางสม (นามสมมุติ) มารดาของผู้เสียหาย เล่าว่า บ้านของตนเองเป็นบ้านไม้ยกสูงห้องน้ำอยู่ที่ชั้นล่าง  เหตุการณ์นั้นขึ้น เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา โดยลูกสาวได้นุ่งผ้าถุงกระโจมอกลงไปอาบน้ำ ส่วนตนกับสามีนั่งดูทีอยู่บนบ้าน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเหมือนทุกวัน จากนั้นไม่นานลูกสาวได้วิ่งขึ้นมาบนบ้านปิดประตูเข้าห้องและร้องไห้ ตนเองได้พยายามสอบถามแต่ลูกสอบไม่กล้าบอก  จากนั้นไม่นานลูกสาวคนโตที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯได้โทรศัพท์เข้ามาบอกว่า น้องโทรมาบอกว่าโดนข่มขืน   ซึ่งเมื่อสอบถามลูกสาวก็ยอมรับ โยคนที่ก่อเหตุข่มขืนคือ นายอภิวัฒน์ ทรงประโคน  อายุ 31 ปี เพื่อบ้านที่อยู่ตรงข้ามกัน   ตนเองรู้สึกเสียใจและสงสารลูกมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นเวลากลางคืน พอรุ่งเช้าจึงรีบพาลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.ประโคนชัย ทันที  ส่วนคนก่อเหตุยังคงทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน นอนเปลยวนอยู่หน้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนผลการตรวจร่างกายของลูกสาวขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย ตนเองร้อนใจมากเพราะกลัวคนร้ายจะหลบหนี จนทำให้ลูกสาวไม่อยากจะอยู่บ้าน  กลัวจะถูกก่อเหตุซ้ำอีก

ล่าสุด พ.ต.อ.นิคม โชติทวีศักดิ์  ผกก.สภ.ประโคนชัย  ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยทันทีโดยไม่ต้องรอผลของแพทย์ โดยตำรวจสามารถจับกุมนายอภิวัฒน์ได้โดยละม่อม ซึ่งก็รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุข่มขืนเหยื่อจริง เพราะเห็นเด็กใส่ผ้าถุงแบบกระโจมอกเพียงผืนเดียว จึงวางแผนมา 2 วันก่อนก่อเหตุ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาก่อนจะนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง

ด้านนางบรรจง (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 57 ปี ญาติผู้เสียหาย บอกว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่เลือดเย็น ทั้งที่เป็นคนบ้านเดียวกันและบ้านอยู่ตรงข้ามกัน โดยเฉพาะเด็ก ม.4 ที่เสียหายเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เคยออกจากบ้าน ไม่เคยเที่ยว ก็ยังกล้าบุกเข้ามาก่อเหตุถึงในบ้านแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตอนนี้อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก เพราะหลังเกิดเหตุมีอาการซึมเศร้า   และอยากให้เอาผิดกับคนก่อเหตุตามกฎหมายให้ถึงที่สุด  เพราะเป็นพฤติการณ์อุกอาจ