อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ยืนยันจะทำตามสัญญา ยอมทยอยจ่ายคืนวันละ 30 ล้านบาท ในคดีทุจริตเงินตำรวจ 229 ล้านบาท

อดีต ผบก.เลย ยอมจ่ายวันละ 30ล้าน ปัญหาทุจริตเงินตำรวจ

พลตำรวจตรีธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่าได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ซึ่งตกเป็นผู้ถูกร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชนจากกรณีคดีทุจริตเงินโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของข้าราชการตำรวจ 192 นาย ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยในวันนี้เป็นการนัดให้มารายงานตัวและให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนครั้งที่ 3 แต่ปรากฎว่าไม่เดินทางมา ซึ่งพลตำรวจตรี สุทิพย์ ได้ประสานงานผ่านโทรศัพท์ ยืนยันจะนำเงินมาคืนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ขอเวลาสักพัก เนื่องจากในขณะนี้เงินทั้งหมดนั้นถูกล็อคระบบในการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเครือข่ายที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ ร่วมลงทุนด้วยนั้นสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว และพร้อมที่จะนำเงินมาคืนให้กับตำรวจ จ.เลยได้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ วันละ 30 ล้านบาท จนกว่าจะครบจำนวน 229 ล้านบาท

ซึ่งการเจรจาหรือการชี้แจงของ พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นสิทธิ์ที่เจ้าตัวทำได้ แต่วันนี้ไม่มารายงานตัวและเข้าให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็หมดเวลาในการเจรจาตามที่ได้ให้โอกาสแล้ว ซึ่งในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนและสอบสวนในเรื่องที่เกิดขึ้น จะเอาผิดกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ในข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จากนี้ไปคณะทำงานจะต้องลงพื้นที่หาข้อมูลและเชื่อมโยงพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ เพื่อสรุปสำนวนสั่งฟ้อง และวันนี้ได้ออกหมายเรียกให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้ามาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเป็นครั้งที่ 1 โดยมีกำหนดระยะเวลา 7 วันนับจากนี้

นอกจากนี้ ได้ประสานงานร่วมกับ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่พบว่าเป็นการร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  โดยขบวนการที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ นำเงิน 229 ล้านบาทไปลงทุนนั้นพบว่ามีเครือข่ายขนาดใหญ่และมีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก ครอบคลุมทุกภูมิภาคของไทย พบว่ามีเงินหมุนเวียนมากถึงเดือนละไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็น 1 ในสายที่ร่วมลงทุนด้วย