ผ่ากลยุทธ์ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ยกระดับการบริหารโรงพยาบาลเครือข่าย

พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ พลิกโฉมการตลาดโรงพยาบาล ย้ำความแตกต่างด้วย 3 กลยุทธ์การบริหาร ผสานจุดแข็งด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงพยาบาล ประยุกต์ใช้ลักษณะการบริหารแบบเครือโรงแรมเพื่อสร้างมาตรฐาน พร้อมใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการยกระดับการให้บริการผู้ป่วย และเชื่อมโยงการบริหารโรงพยาบาลในเครืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เล็งทุ่มกว่า 1 หมื่นล้านบาท รุกขยายอาณาจักรโรงพยาบาลเครือข่ายเพิ่มเป็น 20 แห่ง ภายใน 5 ปี
ดร.สาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด บริษัทย่อยในเครือ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2561 ว่า มุ่งเน้นชูจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงพยาบาล ด้วยประสบการณ์ของทีมผู้บริหารหลักที่คลุกคลีกับวงการแพทย์มากว่า 30-40 ปี ประกอบกับกลุ่มพริ้นซิเพิล แคปิตอลได้มีการลงทุนในธุรกิจโรงแรมจึงเอื้อประโยชน์ในการนำองค์ความรู้ด้านการบริหารงานตามมาตรฐานแบบเครือโรงแรมมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างมาตรฐานให้กับเครือโรงพยาบาลที่พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์เข้าไปบริหาร
นอกจากนี้  พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ยังมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยให้ความสำคัญทั้งด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ป่วย เช่น เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ การจ่ายยาให้ผู้ป่วยด้วยระบบที่ถูกต้องแม่นยำ เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย การดูผล x-ray ทางคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการโรงพยาบาล หรือ HIS (Hospital Information System) เพื่อสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจโรงพยาบาลในเครือข่ายให้เชื่อมโยงกัน (Network Hospital Management) สนับสนุนให้มีการแบ่งปันทรัพยากรและการทำงานร่วมกัน เช่น บริหารงานจัดซื้อ งานบริหารคลัง งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานยุทธศาสตร์ งานระบบบัญชี และล่าสุดเตรียมขึ้นระบบบริหารทรัพยากรบุคคลในรูปแบบใหม่ (ระบบ Workday) ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยให้สามารถเห็นภาพรวมของทรัพยากรบุคคลในเครือและสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้
เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ทั้งต่อคุณภาพชีวิตของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ทำให้การดำเนินงานไม่จำเป็น ต้องพึ่งแต่การปรับราคาเพื่อให้ได้ผลกำไรมากขึ้น โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายที่จะใช้ระบบ HIS ในการบริหารงานโรงพยาบาลทุกแห่ง และมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความสำเร็จของโรงพยาบาลปากน้ำโพ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือของพริ้นซิเพิล  เฮลท์แคร์  และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง HIMSS EMRAM Stage 6 ตั้งแต่ปี 2559” ดร.สาธิต กล่าว
ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจของพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์  ในปีนี้ ดร.สาธิตเปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลเครือข่ายมากขึ้น จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการ 5 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลปากน้ำโพ 1 โรงพยาบาลปากน้ำโพ 2 จ.นครสวรรค์ โรงพยาบาลพิษณุเวช จ.พิษณุโลก โรงพยาบาลสหเวช จ.พิจิตร และโรงพยาบาลพริ้นซ์ ฮอสพิทอล สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ อีกทั้ง ยังมีโรงพยาบาลพริ้นซ์ ฮอสพิทอล อุทัยธานี จ.อุทัยธานี และโรงพยาบาลพิษณุเวช จ.อุตรดิตถ์ ที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาสแรกของปี 2562 
ทั้งนี้ การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลจะมุ่งเน้นพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อกระจายโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคายุติธรรม อีกทั้ง ยังเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลรัฐอีกด้วย โดยเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ในการขยายโรงพยาบาลเครือข่ายเป็ 10 แห่ง ภายในปี 2562 และเพิ่มเป็น 20 ห่งภายในปี 2556 ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในโรงพยาบาลขนาด 150 ตียง จำนวน 5 แห่ง มูลค่าการลงทุนแห่งละประมาณ 1,500 ล้านบาท และการลงทุนในโรงพยาบาลขนาด 59 เตียง จำนวน 15 แห่ง มูลค่าการลงทุนแห่งละประมาณ 300 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 2561 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาท (ข้อมูลเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาลที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์) เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 15เทียบสัดส่วนจากทั้งหมด 23 บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาท ในปี 2560 และคาดการณ์รายได้ในปีนี้จะเติบโตร้อยละ30 หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 2,300 ล้านบาท