กรมชลประทาน เตรียมเพิ่มการระบายน้ำ จากเขื่อนศรีนครินทร์ เป็น 32 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นปริมาณน้ำที่ระบายสูงสุด ตั้งแต่สร้างเขื่อนรอบ 37 ปี ส่วนประเทศไทย มีแนวโน้มฝนตกมากขึ้น จากอิทธิพลของพายุ 2 ลูก

สทนช. เตือนพายุ 2 ลูก เพิ่มฝนสะสม สั่ง ระบายน้ำเขื่อนศรีนครินทร์สูงสุด

เตือนพายุบารีจัต-มังคุด ส่งผลให้ไทยฝนตกเพิ่มขึ้น

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต สรุปสถานการณ์สภาพอากาศประเทศไทย เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา พายุโซนร้อน “บารีจัต” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายนนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น

สำหรับ พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ

ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง, ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ขณะที่เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา ตั้งแต่วันที่ 14-30 กันยายนนี้ เป็น 32 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากปัจจุบันระบายที่ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งการเพิ่มการระบายน้ำครั้งใหม่ ถือเป็นปริมาณน้ำที่ระบายสูงสุด ตั้งแต่เปิดใช้งานมา 37 ปี

ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จะขยายการระบายน้ำที่วันละ 58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน เช่นกัน เนื่องจากต้องเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะเข้ามาตามฤดูฝนในอีก 1 – 2 เดือน ที่จะถึง อาจส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อน ตามแนวริมลำน้ำได้รับผลกระทบบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอเมือง อำเภอท่าม่วง และอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี