คลุกวงในการเมืองไทย (3)

♦ “สามมิตร”หวังดูดสลายกลุ่ม ส.ส.เพชรบูรณ์

ในกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดเลยและเพชรบูรณ์ ของ”บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ 17-18 กันยายน 2561 ของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 ไม่มีหมายพบปะกับนักการเมืองของจังหวัด แต่เรื่องอย่างนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ เผลอๆอาจมีแทรกคิว หรือไปนั่งเรียงแถวอยู่หน้าประชาชนที่มารอต้อนรับก็เป็นได้

ตั้งแต่อดีต เมืองมะขามหวาน จะมีส.ส.มากหน้าหลายพรรคผสมกัน แต่หลังเลือกตั้งปี 44 ไทยรักไทยก็เริ่มยึดครองเก้าอี้ ส.ส.ส่วนมากของจังหวัด โดยเฉพาะปี 48 เหมายกจังหวัด ล่าสุดปี 54 เพื่อไทยได้ไป 5 จาก 6 เก้าอี้ และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้มากบารมีที่อยู่เบื้องหลังการจัดวางคน คือสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีคมนาคมและกระทรวงพัฒนาสังคมฯ สายตรงใครบางคน

จึงมีข่าววงในว่า กลุ่มสามมิตรพยายาม”ดูด”อดีต ส.ส.กลุ่มนี้เช่นกัน แต่ยังไม่สำเร็จ ขณะที่หนึ่งเดียวจาก ปชป. ยุพราช บัวอินทร์ ก็พยายามเต็มที่ในการรักษาเก้าอี้ส.ส.ของตัวเอง

แต่หาก 4 ส.(รวมสันติ) จับมือร่วมกันได้ พรรคอื่นจะเหนื่อยถึงลิ้นห้อยทีเดียว และฝ่าย”บิ๊กตู่”จะอุ่นในขึ้นเป็นกอง

♦ 5-6 พรรคเท่านั้น ขยับในภาคอีสาน

ถึงแม้จำนวน ส.ส.ภาคอีสาน จากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของ กกต. จะลดจาก 126 เขต ในปี 54 เหลือเพียง 116 เขต หายไป 10 เขต อันเป็นผลจากปรับลด ส.ส.บัญชีรายชื่อจากเดิม 375 เหลือเพียง 350 คน แต่ยังเป็นภาคที่มี ส.ส.มากที่สุด ที่พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ต่างคาดหวังจะแย่งชิง

แต่ไปๆมาๆ ด้วยคำสั่ง คสช. แช่แข็งพรรคการเมือง ห้ามเคลื่อนไหว ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง และอาจรวมไปถึง ข้อกำหนดหลายอย่าง อาทิ จำนวนสมาชิก สาขา และเงินทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท ทำให้หลายพรรคไม่มั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ประกอบกับการต่อกรกับ”ตัวเต็ง”หรือเจ้าของพื้นที่อาจไม่ใช่ของง่าย

ทำให้ถึงขณะนี้ ภาพรวมส่วนใหญ่ มีเพียง 5-6 พรรคใหญ่เท่านั้น ที่มีความเคลื่อนไหว และจัดวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ประกอบด้วย “แชมป์เก่า”เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐและกลุ่มสามมิตร พรรคชาติพัฒนา ประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนาในบางเขตเลือกตั้ง

นอกนั้น ส่วนใหญ่ยังซุ่มเงียบ รอดูสถานการณ์หลังคสช.คลายล็อคเสียก่อน ค่อยตัดสินใจ