svasdssvasds

รีวิว "บานาฮิลล์" ฟีลยุโรป 3 วัน 2 คืน ทำอะไรได้บ้าง

รีวิว "บานาฮิลล์" ฟีลยุโรป 3 วัน 2 คืน ทำอะไรได้บ้าง

เวียดนามเที่ยวไหนดี? ถ้าอยากสัมผัสอากาศเย็น ถ่ายรูปออกมาเหมือนอยู่ยุโรป แต่ค่าครองชีพต่างกันสุดๆ เฟรมขอแนะนำที่ “บานาฮิลล์” เลยจ้า


“อยากเที่ยวใกล้ๆ ใช้เวลาบินน้อย และงบไม่สูง” ใครกำลังมีโจทย์แบบนี้ “บานาฮิลล์” คือคำตอบ 
บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) แต่เดิมเป็นที่พักตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็มีสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจาก “ฝรั่งเศส” จนในปี ค.ศ.2009 ก็ได้กลับมาเฉิดฉายในฐานะหมู่บ้านแห่งการท่องเที่ยวและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยประวัติแบบนี้จึงไม่แปลกกับคำที่ว่า “เที่ยวเวียดนามฟีลยุโรป” ก็เพราะชาวฝรั่งเศสเขาสร้างไว Vibes มันเลยปารีเซียงสุดๆ

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เฟรมบินไปลงที่เมืองดานัง นั่งรถตู้ต่อ ระยะทางจากดานังไปจุดขึ้นกระเช้าไม่ไกลนะคะ ประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที และรถจะส่งเราได้แค่จุดขึ้นกระเช้าเพราะด้านบนไม่ให้นำรถขึ้นไป วิธีเดียวที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปด้านบนได้ก็คือ ต้องนั่งกระเช้าเท่านั้นค่ะ
ซึ่งกระเช้าลอยฟ้าเส้นทางนี้ เป็นการนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก 5,801 เมตร ระหว่างทางวิวสวยมาก 

สำหรับคนที่จะค้างคืน โรงแรมด้านบนของ “บานาฮิลล์” มีแค่โรงแรมเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ “MERCURE” และมักจะเต็มตลอดค่ะ (ต้องแพลนล่วงหน้านิดนึงนะคะ) แต่มีอีกหนึ่งวิธีที่เฟรมใช้ ก็คือเอเจนซี่ ค่ะ เพราะบริษัทเหล่านั้นเขาจะมีคอนเทคกับโรงแรม ถ้าห้องหลุด หรือทัวร์ไหนที่จองแต่ลูกค้าไม่เต็มก็จะสามารถตัดห้องมาให้เราได้ค่ะ

ด้านบนมีกิจกรรมให้เราทำเพียบเลยค่ะ อย่างเช่น
เยี่ยมชมเมืองหมู่บ้านฝรั่งเศส ก็คือการซึมซับบรรยากาศของหมู่บ้านฝรั่งเศส(ตึกของโรงแรมทั้งหมด) เดินถ่ายรูปได้ไม่มีเบื่อ เพราะฟีลยุโรปจริงๆค่ะ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก โบสถ์ ร้านขายของที่ระลึก

สะพานมือยักษ์ (Golden Bridge) Highlight ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้เยอะจริงๆ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 150 เมตร จุดเด่นก็คือรูปปั้นมือขนาดใหญ่ที่กำลังทำท่าถือสะพานให้ผู้คนได้เดินชมความสวยงาม คำแนะนำสำหรับคนที่นอนด้านบนให้ไปกระเช้ารอบแรก ถ้าอยากได้รูปเดี่ยว แบบเดี่ยวจริงๆ 

สวนสนุก Fantasy Park
เครื่องเล่นเกือบทั้งหมด เล่นได้ฟรีเลย เครื่องที่อยากแนะนำก็คือ  Alpine Coaster ที่คล้ายๆรถไฟเหาะ ที่นั่งได้ครั้งละ 2 คน แล้วก็ควบคุมความเร็วเองได้ ที่เฟรมชอบเพราะเราจะเห็นวิวของหุบเขา ทัศนียภาพที่สวยงาม แถมสนุกอีกด้วย 

ยังมี โรงบ่มไวน์ Debay Wine Cellar มีอายุมากกว่า 100 ปี ที่มีห้องเก็บไวน์ที่อยู่ลึกลงไปเกือบ 100 เมตร และด้านบนก็จะมีที่นั่งชิลๆ ให้เรามองสวนดอกไม้สบายตาสุดๆ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่พักด้านบน
ร้านอาหารช่วงมื้อเย็นด้านบนจะมีร้านอาหารของโรงแรมไม่เพียงกี่ร้านและจะปิดเร็ว อีกหนึ่งตัวเลือกคือลานเบียร์ ที่จะสามารถนั่งชิลได้ ส่วนอาหารหนักจะไม่มี มีเพียง ไส้กรอก บาบีคิวนิดหน่อยเท่านั้น แต่ฟีลคือดีสุดๆ

และอย่าลืมเก็บเกี่ยวช่วงที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวแบบ ONEDAY TRIP  ขึ้นมานะคะ เพราะช่วงนั้นหมู่บ้านของเราจะสงบสุข และถ่ายรูปได้สวยสุดๆ (นักท่องเที่ยวจะขึ้นมาช่วง 9.30 – 16.30 น.)

สำหรับเฟรมแล้วถือเป็นเมืองตากอากาศที่ดีมากๆ เพราะอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี บรรยากาศดี มีกิจกรรมให้ทำ แนะนำ 3 วัน 2 คืน จะสบายๆไม่แน่นจนเกินไป แต่สำหรับเรื่องของอาหารยังรู้สึกว่าไม่หลากหลายและตัวเลือกน้อยเกินไป ใครที่กินอยากพกของกินที่ชอบไปเผื่อก็น่าจะดีมากๆค่ะ