• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560
         
    Slider

    “ซุปเปอร์ซาร่า” ยอมเเล้ว!  จ่าย 400 ล้าน นำ 291 รถเมล์เอ็นจีวี ออกจากเเหลมฉบัง

    374 อ่าน

    วันที่ 11 ม.ค.60–นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยกับสปริง นิวส์ว่า เมื่อเวลา 14.30 น.บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ได้นำเงินมาชำระภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมศุลกากร 400 ล้านบาท เพื่อนำรถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือแหลมฉบัง 291 คัน โดยบริษัทได้ขอสงวนสิทธิในการโต้แย้งแหล่งกำเนิดสินค้าว่าเป็นรถเมล์ที่มาจากประเทศมาเลเซีย ไม่ได้มาจากประเทศจีน
     
    ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทซุปเปอร์ซาร่า ได้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีเข้ามายังท่าเรือแหลมฉบัง 400 คัน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2559 บริษัทได้จ่ายภาษีพร้อมค่าปรับกรณีกรมศุลกากรตรวจสอบพบว่าบริษัทมีการสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อขอนำรถเมล์ 1 คันออกจากท่าเรือแหลมฉบังไปจดทะเบียน เมื่อรวมกับรถเมล์เอ็นจีวีที่ขอนำออกจากท่าเรือแหลมฉบังในวันนี้อีก 291 คัน ทำให้ยังเหลือรถเมล์เอ็นจีวีที่ยังไม่นำออกจากท่าเรือเเหลมฉบังอีก 108 คัน และรถเมล์เอ็นจีวีที่ยังไม่ได้นำเข้ามาอีก 98 คัน 

    นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวกับสปริง นิวส์ว่า สตง.ไม่ทราบว่า การนำรถเมล์ออกมาจากท่าเรือ จะเป็นการนำออกมาเพื่อตรวจรับแล้วจ่ายเงิน หรือนำรถเมล์ออกมาให้ใช้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายระหว่างรอการตรวจรับ เพราะถ้านำมาตรวจรับ ต้องดูว่าที่มาของรถเมล์ตรงกับเงื่อนไขตามที่ระบุในสัญญาหรือไม่ แต่ถ้านำรถเมล์ออกมาให้ใช้ฟรีโดยที่ยังไม่ตรวจรับก็สามารถทำได้ 

    ผู้ว่าฯสตง. ระบุอีกว่า สตง.ให้น้ำหนักกับที่ประเด็นการส่งมอบว่าจะส่งมอบได้อย่างไร เพราะรถเมล์ที่จะมีการส่งมอบ ต้องทำตามสัญญา ในเมื่อสัญญาระบุว่ารถเมล์ผลิตจากประเทศจีน ประกอบที่มาเลเซีย แต่ถูกเปิดโปงว่าผลิตที่จีน และไม่ได้ประกอบมาเลเซีย ซึ่งไม่ตรงตามเงื่อนไขสัญญาที่เป็นเรื่องของต้นทุนเเละเป็นส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นถ้ารถเมล์ไม่ตรงกับสัญญา ก็ไม่สามารถรับรถเมล์ได้ เว้นเสียแต่ว่า มีการแก้ไขสัญญา แต่โดยหลักการแล้วสัญญาแก้ไขไม่ได้  เว้นแต่เป็นสัญญาที่เกิดจากความผิดจากทางราชการ ซึ่งกรณีนี้คงไม่ใช่ความผิดของราชการ ดังนั้นหากมีการแก้ไขสัญญา  สตง.จะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง 

    สปริง นิวส์ได้รับข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2559 สตง. ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการส่งมอบรถเมล์ที่มีการสำแดงแหล่งกำเนิดเป็นเท็จ ซึ่งผู้อำนวยการขสมก.มีหนังสือตอบกลับมายังสตง.ว่า ขสมก. ได้มีหนังสือหารืออัยการสูงสุดเกี่ยวกับการตีความตามเงื่อนไขสัญญาดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการหารือจากอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตุว่า หนังสือหารือที่ขสมก.หารือไปยังอัยการสูงสุด ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2559 ก่อนที่สตง.จะส่งหนังสือมาสอบถาม 

    นอกจากนี้ในหนังสือที่ขสมก.ส่งไปหารืออัยการสูงสุด  โดยขสมก.อ้างว่า ทีโออาร์ (TOR (Team of Reference) หมายถึง ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้รับจ้างทำ) โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ได้กำหนดคุณสมบัติของรถเป็นรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ หรือรถที่ประกอบในประเทศไทย แต่ในเงื่อนไขสัญญาที่ขสมก.ทำกับบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ข้อ 2 ระบุว่า บริษัทขายรถโดยสารปรับอากาศชั้นเดียวใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ ขนาด 12 เมตร ยี่ห้อซันลอง ผลิตที่ประเทศจีน ประกอบ ณ โรงงานอาร์แอนด์เอ ประเทศมาเลเซีย ดังนั้นจะถือว่าข้อความในทีโออาร์กับสัญญามีความขัดแย้งกันเป็นสาระสำคัญของสัญญาหรือไม่ และขสมก.จะสามารถตรวจรับรถเมล์ได้หรือไม่ 

    พร้อมกันนี้ในท้ายข้อหารือระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าวรัฐบาลได้มีนโยบายเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้สามารถนำรถโดยสารออกวิ่งให้บริการประชาชนในวันขึ้นปีใหม่ 2560 ขสมก.ขอความอนุเคราะห์มายังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาตอบข้อหารือดังกล่าวให้ขสมก.โดยด่วน

    Comments

    THEN