• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560
         

    “สตง.” จ่อฟ้อง “ปปช.” ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ หาก”สรรพากร” ชวดเก็บภาษี”หุ้นชิน”

    [post_view]

    ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุหากเลยวันที่ 31 มีนาคม กรมสรรพากรยังไม่เรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป จะฟ้องร้องต่อ ป.ป.ช.ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ส่วนการเรียกเก็บภาษีนักการเมืองย้อนหลัง เป็นนโยบายของ สตง. ไม่ใช่คำสั่งจากรัฐบาล
     
    นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า การให้สรรพากรเรียกเก็บเงินภาษีจากนักการเมือง 60 รายในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง. ไม่ใช่เรื่องเจาะจงหรือเป็นคำสั่งจากรัฐบาล ซึ่งในการตรวจสอบ จะตั้งเป้าไปที่นักการเมืองที่มีทรัพย์สินเพิ่มผิดปกติ หลังจากพ้นตำแหน่ง ส่วนการที่ไม่ตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน ก็เพราะยังไม่พ้นตำแหน่ง


    นายพิศิษฐ์ ย้ำว่า จำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อให้เกิดความถูกต้องในการจัดเก็บภาษี และไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการจัดเก็บภาษีในด้านอื่น ๆ เช่น ผู้ที่มีรถหรูไว้ในครอบครอง หรือมีเงินสินสอดมหาศาล และขอให้บุคคลใดที่รู้ตัวว่าลืมเสียภาษีหรือเรียกประเมินไม่ถูกต้อง เร่งจ่ายภาษีคืนรัฐ เพื่อไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการประเมินในภายหลัง 

    ส่วนการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นหุ้นชินคอร์ป ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่ากรมสรรพากรต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ก่อนที่จะหมดอายุความ หากยังไม่ดำเนินการใดๆ ก็สามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อร้องว่าเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ 

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า เป็นเรื่องปกติที่กรมสรรพากรดำเนินการอยู่แล้ว หากพบว่ารายใดมีข้อน่าสงสัย หรือ พฤติกรรมเลี่ยงภาษีต้องถูกตรวจสอบหมด ไม่เฉพาะนักการเมืองเท่านั้น

    นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อเป็น 1 ใน 60 นักการเมืองที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ให้กรมสรรพากรตรวจสอบ เพราะไม่ได้แสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2550 โดยแจ้งเหตุผลว่า “รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี” ว่า ตนเองประกอบอาชีพ “นักการเมือง”เต็มตัว ไม่มีอาชีพอื่น ไม่เกิดการรัฐประหารในปี 2549 จึงตกงาน ไม่มีรายได้ และไม่ได้แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2550 ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ได้เคยชี้แจงต่อกรมสรรพากรไปนานแล้ว และพร้อมจะให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ 
    และที่ผ่านมาเมื่อได้เป็น ส.ส.ก็เสียภาษีถูกต้องมาตลอด 

    แต่หากกรมสรรพากร ตรวจสอบแล้ว เห็นว่าตนเองมีความผิด ต้องเสียภาษีย้อนหลังก็ยินดีจ่ายภาษีและ แต่ขอให้มีเอกสารยืนยันชัดเจน 

    ทั้งนี้ ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ได้เปิดเผย หนังสือจาก ปปช.ที่ส่งถึงกรมสรรพากร ระบุว่า มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่ยื่นสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 4 ราย ที่ต้องขอให้กรมสรรพากรดำเนินการ ได้แก่ 

    1. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ไม่แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2554 โดยแจ้งว่ามี "รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี" 

    2. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2553 โดยแจ้งว่า "ไม่มีรายได้" 

    3. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ไม่แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2553 โดยแจ้งว่า "รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี" 

    4. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ไม่แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2550 โดยแจ้งว่า "รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี"

    Comments

    THEN