• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560
         
    Slider

    เทศกาลแห่งภาพยนตร์โลก “Cannes Film Festival”

    [post_view]

    เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 พ.ค.นี้ หลายคนให้ความสนใจและพูดถึงในระดับโลก ซึ่งเราจะไปดูที่มาที่ไปและเหตุผลว่าทำไมบุคคลในวงการภาพยนตร์ถึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้


    วันที่ 20 เม.ย.60 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (CANNES FILM FESTIVAL) คือส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุโรปไม่ด้อยกว่าฝั่งอเมริกา ด้วยจำนวนผู้ร่วมงานราว 2 แสนคนต่อปี ซึ่งยังเป็นที่รวมตัวของเหล่าผู้กำกับ นักแสดง ตลอดจนผู้ซื้อขายภาพยนตร์จากทั่วโลก งานเทศกาลเมืองคานส์ จึงเปรียบเป็น Cluture Business ที่คนในวงการภาพยนตร์โลกต่างก็อยากมีโอกาสได้ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งสักครั้ง 

    โดยงาน คานส์ ฟิล์ม ก่อตั้งเมื่อปี 1935 ตามแนวคิดของ ฌอง เซย์ (Jean Zay) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและวิจิตรศิลป์แห่งชาติ เพื่อต้องการให้ฝรั่งเศสมีเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกทัดเทียบกับเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ๆ ของยุโรปในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เวนิสของอิตาลี และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินของเยอรมันนี 

    ซึ่งรูปแบบของงานจะจัดขึ้นเป็นเวลา 12 วันในทุกๆเดือน พ.ค.ของทุกปี สถานที่จัดงานคืออาคารที่ใช้ในการจัดงานเป็นอาคารขนาดเล็กสูง 2-3 ชั้นชื่อว่า Palais des Festivals et des Congrès แน่นอนว่าเป้าหมายสูงสุดของคนทำหนังทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่นอกจากจะไปร่วมเดินพรมแดงแล้ว ก็คือ “รางวัล” โดยรางวัลสูงสุดอย่าง รางวัลปาล์มทองคำหรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Palm d’Or จะมอบให้แก่ภาพยนตร์ที่มีความสมบูรณ์และคุณค่าที่สุดในสายตาคณะกรรมการในปีนั้น แต่เดิมใช้ชื่อว่า Grand Prix du Festival International du Film ซึ่งใช้มาตั้งแต่เริ่มต้นจัดงาน ก่อนจะปรับมาใช้ชื่อปัจจุบันในปี 1975 โดยโล่ห์รางวัลอันสวยงามนั้นเริ่มจากแต่ละปีจะเชิญศิลปินร่วมสมัยมาออกแบบให้ใหม่ทุกปี จนในปี 1955 

    เทศกาลหนังเมืองคานส์

    ทางคณะกรรมการบริหารเทศกาลได้เชิญช่างอัญมณีมาออกแบบปาล์ม เพื่ออุทิศให้กับตราอาร์มของเมืองคานส์แบบดั้งเดิม ซึ่งออกแบบโดย “ลูเซียน ลาซอน” และแท่นประติมากรรมออกแบบโดยศิลปินชื่อ “เซบาสเตียง” ปาล์มทำจากทองคำ 24 กะรัต ในแม่พิมพ์ขี้ผึ้งติดเข้ากับที่รองที่เป็นคริสตัล บรรจุในกล่องหนังโมร็อกโคสีน้ำเงิน โดยผู้ที่ได้รับโล่ห์รางวัลนี้เป็นคนแรกคือ “เดลเบิร์ต มานน์” จากผลงานเรื่อง Marty ซึ่งต่อมาในปี 1975 ใบปาล์มในวงรีสีน้ำเงินได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 

    ส่วนรางวัลรองลงมาคือ Grand Prix หรือเรียกว่ารางวัลใหญ่ แต่จะไม่เทียบเคียงกับปาล์มทองคำต่อมาคือรางวัลที่เรียกแบบเข้าใจง่ายคือ ขวัญใจกรรมการ ที่คุ้นหูกับชื่อ Jury's Price หรือในภาษาฝรั่งเศสว่า Le prix du jury ซึ่งบางปีอาจจะไม่มีรางวัลนี้เลยก็ได้หากแต่ละเรื่องที่เข้าประกวดไม่เข้าตา หรือถ้าโดนใจมากรักพี่เสียดายน้องก็จะมี Special Jury Prizeเพิ่มให้ในปีนั้น 

    นอกจากนั้นยังมีรางวัลอื่นๆร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลภาพยนตร์สั้นที่มีความยาวไม่เกิน 15 นาที รวมถึงภาพยนตร์จากนักเรียนนักศึกษาที่เทศกาลหวังว่ารางวัลประเภทนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเค้าในอนาคต ซึ่งต้องมีความยาวไม่เกิน 1 ชม.หรือจะเป็นแอนิเมชั่นก็ได้ 

    เทศกาลหนังเมืองคานส์-1

    นอกจากเทศกาลจะเป็นเวทีแห่งการมอบรางวัลแล้ว ในส่วนของการเป็นเวทีเปิดตลาดโลกของภาพยนตร์ระหว่างทวีปก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่แต่ละปีเหล่านักลงทุนจะซื้อขายภาพยนตร์ โดยจะมีผู้สร้างภาพยนตร์ มาจองเปิดบูธเพื่อนำภาพยนตร์มาขายหนังเหล่านั้นอาจจะไม่ได้รางวัลแต่กลับทำเงินให้ผู้สร้างได้ยิ่งสร้างแรงกระตุ้นให้กับวงการภาพยนตร์ระดับโลกเป็นอย่างมาก 

    ต้องยอมรับว่าส่วนมากจะเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม หรือเน้นศิลปะของหนัง มีแก่นแท้ของหนังอย่างเข้มข้น จนหลายคนอาจจะดูรอบเดียวคงไม่พอ และหลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเมื่อลองไล่รายชื่อภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลดู แต่ก็คงจะไม่แปลกที่จะสรุปว่า เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์คือตำนาน และเป็นดั่งเทศกาลอันทรงเกียรติที่หลายคนหมายปองที่จะเข้าร่วมงานซึ่งทำให้อยู่คู่กับวงการภาพยนตร์มานานถึง 70 ปี


    Comments

    THEN