• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
         
    Slider

    “ประยุทธ์” ชี้! เเหล่งน้ำ-ดินสำคัญกับเกษตรกรรม

    [post_view]

    วันที่ 12 พ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า "พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ, วันนี้ เราทราบดีนะครับว่าหลายประเทศมีการลงทุนปลูกข้าวกันเอง ทั้งในประเทศและในพื้นที่ต่างประเทศแล้ว หลายประเทศวันนี้ก็จะหาซื้อข้าวคุณภาพที่มีราคาถูกเพื่อการบริโภค ซึ่งก็เริ่มมีออกมาแข่งกันมากขึ้นในตลาดนะครับ ราคาแตกต่างกันมาก ระบบการซื้อขายข้าวในตลาดล่วงหน้าก็อาจทำให้เกิดการเก็งกำไร เกิดความกังวลในปัญหาร้อยแปดพันเก้าที่จะต้องส่งผลกระทบต่อราคาและผลผลิตข้าว ราคาข้าวในตลาดล่วงหน้าจึงผันผวนมากกว่า

    ขณะเดียวกัน ระบบพ่อค้าคนกลาง ที่อาจจะมีการตัดราคาซื้อ บวกราคาขาย ที่บางครั้งไม่เป็นธรรมนะครับ ยังคงมีอยู่  เหล่านี้เป็นปัญหาทับซ้อนของพี่น้องชาวเกษตรกรมายาวนาน   รัฐบาลนี้พยายามมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ในการที่จะแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้ในระยะสั้นที่สุดนะครับ และสามารถปรับตัวได้ สร้างรายได้ให้ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ลองคิดดูนะครับว่าทำไมรัฐบาลนี้จะต้องมาทำน้ำประปา ที่ยังขาดอยู่อีก  7 พันกว่าหมู่บ้าน ทำไมจะต้องมาซ่อมที่เก็บน้ำเกือบ 2 หมื่นแห่ง ทั้งๆ ที่ได้โอนให้ องกรส่วนท้องถิ่นไปดูแลแล้วบ ไม่ได้โทษองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลต้องกำกับดูแลนะครับ ติดตาม ดูแลเรื่องงบประมาณ ดูแลเรื่องวิธีการ ทำได้หรือไม่ได้  ไม่ได้จะทำอย่างไร วันนี้ก็พยายามติดตามในเรื่องนี้อยู่ด้วย ที่ผ่านมานั้นอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง  ขณะเดียวกันเราก็คงต้องเร่งการก่อสร้างระบบขนส่งน้ำที่ไม่สมบูรณ์ หรือไปสร้างในที่ๆ ไม่ควรจะสร้าง  ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพียงพอ  ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน ก็เพราะน้ำนั้นเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการทำเกษตรกรรมทุกชนิดนั่นเอง

    รัฐบาลนี้ได้นำปัญหาต่าง ๆ มาพิจารณาทั้งหมด และทยอยดำเนินการไปในทุกมิติ ทั้งซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุด สร้างเพิ่มในส่วนที่ไม่เพียงพอ ผมอยากให้ไปดูว่าหลาย ๆ อย่าง มีความก้าวหน้าไปมากพอสมควร รัฐบาลได้พยายามอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร  โดยให้ทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร นายทุนพ่อค้าคนกลาง โรงงาน รวมถึงนักวิชาการ เข้ามามีส่วนร่วม

    แล้วก็พยายามที่จะเข้าใจปัญหาร่วมกัน ช่วยกันพูดคุยหารือถึงสิ่งที่ต้องแก้ไข แล้วก็แก้ไขไปด้วยกัน เข้ามาช่วยกันทำงาน ติเพื่อก่อ ไม่อยากให้พูดแค่ว่าเป็นห่วงเป็นใยเกษตรกร แล้วก็พูดแต่เพียงว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ก็อยากให้ทุกคนได้ช่วยกันมาระดมความคิดเห็น แล้วหาวิถีทางตัดสินใจให้ได้ว่า อะไรที่เราจะทำร่วมกันได้บ้าง ช่วยกันสนับสนุน เป็นกำลังใจกันนะครับ มากกว่าติเพียงอย่างเดียวนะครับ ปัญหาไม่ใช่แก้ได้ง่ายๆ แต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่าเราพยายามมามากมายนะครับ

    การจะทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เราจะต้องดำเนินการแบบครบวงจร อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ต้องใส่ “ใจ” ลงไปในการเพาะปลูก  เริ่มจากการปรับปรุงพันธุ์ การรักษาและพัฒนาดิน การใช้ปุ๋ยที่ไม่ทำลายคุณภาพของดิน หรือใช้แล้วก็ต้องมีวิธีพลิกฟื้นผืนดิน เพื่อให้เราสามารถใช้ผืนดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดีขึ้นกว่าเดิม

    ต้องรู้จักให้และรู้จักรับ จากผืนดิน ที่เป็นแหล่งอาหารและรายได้ของเราทุกคน สร้างให้ผลผลิตมีคุณภาพ สร้างชื่อ สร้างความน่าเชื่อถือ นำนวัตกรรมมาปรับใช้ และหาตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ที่ยั่งยืน

    ที่ผ่านมานั้น หลายพื้นที่ จากการสำรวจมีการใช้ทั้งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง มีการเร่งปลูกข้าว เร่งปลูกพืชคุณภาพต่ำ เน้นให้ได้ปริมาณมากเอาไว้นะครับ ปลูกหลายๆ ครั้ง เพื่อจะนำออกมาขายให้ได้มากที่สุด คุณภาพก็ไม่ดี ขายก็ลำบาก ราคาก็ต่ำ    ทำให้มีปัญหาต้องหาที่เก็บไว้อีก เมื่อจะออกนำมาขายภาครัฐ รัฐก็ระบายออกได้ยาก  หรือขายเองก็ราคาต่ำมาก 

    สิ่งเหล่านี้ ทำให้ทุกอย่างเกิดความเสียหาย เราต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมให้กลับมาให้ได้โดยเร็วนะครับ ถ้าหากว่าเราทำให้เสียหายเช่นนี้อีกต่อไปนะครับ เราจะแก้ปัญหาอีกไม่ได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเราเห็นปัญหาแล้ว เราก็ต้องพยายามแก้ไขกันต่อไปอย่างเต็มที่ ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า และการปรับเปลี่ยนเพิ่มคุณภาพของการเพาะปลูก ในระยะยาว อีกด้วย"


    Comments

    THEN