สศช. เร่งเดินหน้าอีอีซี

วันนี้ (20 มี.ค.60) – สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า
ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี
งบประมาณ 2561 ในส่วนของงบประมาณการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอคำขอ
เข้ามา แยกเป็นการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหน่วยงานต่างๆ 17,299.2483 ล้านบาท และโครงการพัฒนา
ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีคำเสนอของบประมาณเข้ามา 11,732.7971 ล้านบาท โดยแยกเป็น
การปรับเพิ่มจากวงเงินที่ได้รับการอนุมัติในปีงบประมาณ 2560 พอสมควร โดยส่วนใหญ่เป็นการของบประมาณ
ในโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษรวมทั้ง การเชื่อมโยงพื้นที่กับ
เส้นทางคมนาคม อื่นๆ ซึ่งคำเสนอของบประมาณจะเสนอครม.อนุมัติพร้อมกับรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2651 ในการประชุม ครม. ในเดือน เม.ย.นี้ 

ทางด้าน นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำนักงบฯ ได้รับคำของบประมาณ
เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และโครงการอีอีซี ในปี 2561 แล้ว ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาความเหมาะสม
เร่งด่วนของการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ อีกครั้ง รวมทั้งการพิจารณาทบทวนเป้าหมายและตัวชี้วัดของ
โครงการให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณที่จะได้รับการจัดสรร และพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของโครงการ
ให้เหมาะสมกับการลงทุน 

ทางด้าน พล.ร.ต.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศ
นโยบายการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 รองจากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบิน
ดอนเมือง ได้ทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มขึ้น 70% โดยในปี 2559 มีผู้โดยสารกว่า 7
แสนคน มีเที่ยวบินกว่า 8,000 เที่ยว จากที่ในปี 2557 มีผู้ใช้บริการ 1.5 แสนคน และ 1.7 แสนคน ในปี 2558 

สนามบินอู่ตะเภาจะเปิดเทอร์มินอลใหม่ภายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนทันที
และเมื่อเอาระบบเทคโนโลยีมาช่วย เช่น ระบบเช็กอินด้วยตัวเอง จะสามารถรองรับได้ 5 ล้านคน โดยยังไม่ต้อง
สร้างเทอร์มินอลเพิ่ม