ยุทธการแบล็ค อีเกิ้ล ครั้งที่ 13 บุกกวาดล้างหลบหนีเข้าเมือง กว่า 40 จุด ทั่วกรุง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รรท.รอง ผบช.ทท.) นำกำลังตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191  เจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกกวาดล้างคนผิวสี หลบหนีเข้าเมืองกว่า 40 จุด ทั่วกรุง ตามยุทธการแบล็คอีเกิ้ล ครั้งที่ 13

โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จุดสำคัญ ที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้ คือ อพาร์ทเมนท์สุวารี แมนชั่น ภายใน ซ.ลาดพร้าว 112 เบื้องต้นพบเด็ก สตรี และคนชรา รวมถึงผู้พิการ ซึ่งเป็นคนผิวสี ชาวไนจีเรีย และโซมาเลีย ทถือบัตรผู้ลี้ภัยของ UNHCR หลบอาศัยอยู่นับ 10 คน แต่จากการตรวจสอบเอกสาร ไม่พบการขึ้นทะเบียนกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และไม่มีหนังสือเดินทางเข้าประเทศด้วย

อีกจุดได้นำกำลังไปตรวจค้น กุลทรัพย์อพาร์ทเม้นท์ ใน ซ.สุพรรณิการ์ 1 อินทมาระ 44 เบื้องต้น พบคนผิวสี อาศัยอยู่ภายในห้องพักอีก 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่ อยู่ในสถานะหลบหนีเข้าเมือง และรอส่งตัวไปยังประเทศที่ 3

สำหรับปฏิบัติการการกวาดล้างคนผิวสีตามยุทธการแบล็ค อีเกิ้ล ครั้งที่ 13 ของตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และสตม. ที่อาจจะเข้ามาก่ออาชญากรรม และสำรวจระบบข้อมูล เนื่องจากกลุ่มคนผิวสีแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money) กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำอาชญากรรมยาเสพติด และกลุ่มคนโอเวอร์สเตย์ หรือ อยู่เกินกำหนด ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ถือเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศด้านการท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ

“ยอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์การหลบหนีเข้าเมืองของบุคคลต่างด้าวหรือคนที่อยู่อาศัยเกินใบอนุญาต โดยพบว่าในจำนวนนี้ไม่น้อย ที่มีหนังสือรับรองจาก UNHCR แต่ไม่มีพาสปอร์ต เข้าข่ายมีความผิด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นแจ้งข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการผลักดันตามขั้นตอนต่อไป”