2017 ปีแห่งไฟสงครามและความขัดแย้ง

 

เริ่มต้นปี 2017 ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับความเป็นจริง เมื่อประธานาธิบดีคนใหม่ของพวกเขาคือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งภายหลังการเลือกตั้งที่พลิกความคาดหมายกลายเป็นข่าวช็อกโลก แต่ที่ช็อกยิ่งกว่าคือ นโยบาย America First – อเมริกาต้องมาก่อน แม้จะนำมาซึ่งนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่แข็งกร้าว แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของปมขัดแย้งมากมาย ที่อาจบานปลายกลายเป็นสงคราม

 

ปี 2017 เป็นปีที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดอย่างที่สุด ปัจจัยแรกเกิดจากการที่เกาหลีเหนือยั่วยุอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทดสอบขีปนาวุธรวม 16 ครั้ง และทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ปัจจัยที่ 2 คือผู้นำโลก อาทิ ผู้นำญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะที่กำลังเร่งแก้รัฐธรรมนูญเสริมแสนยานุภาพของกองทัพ ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีวาทกรรมตอบโต้ไปมากับนายคิม จองอึนอย่างรุนแรง โดยทรัมป์ประกาศจะทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซากและเรียกคิม จองอึนว่า ‘มนุษย์จรวด’ ส่วนคิมก็ตอบโต้กลับว่า ‘ทรัมป์มีปัญหาทางจิต ควบคุมตัวเองไม่ได้’ ความร้อนแรงที่เกิดขึ้นทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีคาดเดาไม่ได้จริงๆ

 

เยรูซาเล็ม เมืองศักดิ์สิทธิ์ เมือง 3 ศาสนา เป็นฟางเส้นบางๆที่วางไว้ตรงกลางคั่นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ยิวและมุสลิม ไม่ให้บานปลายกลายเป็นสงคราม แต่เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ รับรองเยรูซาเล็มให้เป็นนครหลวงของอิสราเอล เสมือนลั่นกลองรบ การประท้วงปะทุขึ้นทันทีทั่วตะวันออกกลางและทั่วโลก เมืองเยรูซาเล็มกลับสู่สถานะศูนย์กลางการแย่งชิง สู้รบกันทางการเมืองอย่างร้อนแรง

 

แม้กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอเอสในอิรักและซีเรียถูกถล่มจนหมดสิ้นไปแล้ว แต่บุคคลที่หลงเชื่อลัทธิก่อการร้ายยังคง ก่อเหตุสะเทือนขวัญไปทั่วโลกด้วยรูปแบบโลนวูล์ฟฉายเดี่ยว ขับรถยนต์พุ่งชนผู้คน อาทิบริเวณถนนลาสรัมบลาส ในบาเซโลนาของสเปน และบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน รวมถึงกราดยิงผู้คนในคอนเสิร์ตของอารีอานา กรานเดที่แมนเชสเตอร์อารีนา ประเทศอังกฤษ การก่อเหตุรูปแบบนี้ ทำให้เกิดความหวาดระแวง ขณะที่การก่อเหตุด้วยปืนและระเบิดก็ไม่ได้ลดลง อย่างเช่นเหตุระเบิดและกราดยิงในมัสยิดของอียิปต์ มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่า 300 ราย พิสูจน์ได้ชัดว่า เป้าหมายของการก่อการร้ายเป็นใครก็ได้ ทุกสัญชาติ ทุกเชื้อชาติ และทุกศาสนา

 

ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทุกทวีป อาทิ อุทกภัยในอินเดีย บังกลาเทศ เนปาล ปากีสถาน 1,400 ชีวิตสังเวยไปกับมวลน้ำมหาศาล แผ่นดินไหวปีนี้ทั้งรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น โดยเฉพาะเม็กซิโก เกิดแผ่นดินไหวถึง 3 ครั้งซ้อนใน 15 วัน รุนแรงสุดถึง 8.1 แมกนิจูด เสียชีวิตกว่า 370 คน นอกจากนี้เฮอร์ริเคน 3 ลูก ทั้งฮาร์วีย์ เออร์มา และมาเรีย ต่อคิวกันเข้าพัดถล่มหมู่เกาะในแคริบเบียน สหรัฐฯ และเม็กซิโก คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 200 ผู้คนมากมายไร้บ้าน ไร้น้ำ ไร้ไฟฟ้าใช้

 

กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเกิดความแตกแยกครั้งรุนแรง เมื่อซาอุดิอาระเบียนำชาติพันธมิตรอาหรับ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ จากข้อกล่าวหาสนับสนุนการก่อการร้ายของกลุ่มรัฐอิสลามและอัลกออิดะห์ กาตาร์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ยอมรับเงื่อนไข 13 ข้อของซาอุฯ กาตาร์ถูกปิดพรมแดนทั้งทางบก ทางเรือ และน่านฟ้า ส่งผลต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชาวกาตาร์ แต่กาตาร์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากตุรกีและอิหร่าน อริสำคัญของซาอุฯ เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำการแบ่งฝ่ายครั้งใหญ่สุดในภูมิภาค ซึ่งเดิมทีก็มีความขัดแย้งมากพออยู่แล้ว

 

สิงหาคมที่ผ่านมา ไฟขัดแย้งปะทุขึ้นที่รัฐยะไข่ ทหารเมียนมากวาดล้างชาวโรฮิงญา ฆ่าข่มขืน วางเพลิง ชาวโรฮิงญาเสียชีวิตเกือบ 7,000 คน ส่วนอีกราว 700,000 คนหนีตายไปบังกลาเทศ โลกประณามการกระทำครั้งนี้เป็นอาชญากรรมมนุษยชาติ ขณะที่รัฐบาลเมียนมาฏิเสธ ปิดกั้นสื่อ แต่ภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลกคือภาพชาวโรฮิงญาที่สุดรันทด จนโลกออกมากดดัน รัฐบาลเมียนมามิอาจนิ่งเฉย แต่หนทางแก้ไขปัญหายังคงคลุมเครือ

 

ปีนี้มีการเลือกตั้งของประเทศในยุโรปแบบเดือนเว้นเดือนเลยทีเดียว ผลการเลือกตั้งของบางประเทศเรียกทั้งเสียงถอนหายใจ สลับกับนั่งเก้าอี้ไม่ติด อาทิ เนเธอร์แลนด์ ที่แม้พรรครัฐบาลจะชนะ แต่พรรคเสรีภาพพรรคฝ่ายขวาที่ต่อต้านนโยบายรับผู้อพยพ ไล่มาอันดับ 2 | ส่วนที่ฝรั่งเศส นางมารีน เลอ แปน จากพรรคฝ่ายขวา หลุดเข้าไปชิงประธานาธิบดีรอบสอง แต่ก็พ่ายให้กับเอ็มมานูเอล มาครง | ที่เยอรมนี การเมืองร้อนแรง พรรคทางเลือกที่เป็นพรรคฝ่ายขวาของเยอรมนีทำผลงานดีเกินคาด เข้าสู่สภาด้วยคะแนนอันดับ 3 เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามานั่งในรัฐสภา | และที่ออสเตรีย นายเซบาสเตียน คูร์ซ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดของยุโรปและของโลก แล้วยังดึงพรรคขวาจัดมาร่วมรัฐบาลอีกด้วย / ปี 2017 พรรคฝ่ายขวาต่างขึ้นมาวางรากฐานการเมืองแล้ว ปี 2018 พรรคขวาจัดเหล่านี้ จะแสดงบทบาทอย่างไร น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

 

กระแสแคว้นกาตาลุญญาขอแยกตัวออกจากสเปนมีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรัฐสภากาตาลุญญาลงมติต้องการเอกราช นำไปสู่การลงประชามติ ผู้นำแคว้นเดินหน้าประกาศเอกราช แต่รัฐบาลกลางสเปนไม่ยอม จึงใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยึดอำนาจ ยุบสภา และจัดเลือกตั้งใหม่ไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ผลการเลือกตั้งก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของชาวกาตาลุญญาที่ต้องการจะปกครองตนเอง เรื่องนี้จะจบลงอย่างไรต้องติดตามต่อในปี 2018

ปรากฎการณ์สะเทือนโลกทั้ง 9 เหตุการณ์ข้างต้น ทำให้ปี 2017 เป็นปีที่ข่าวต่างประเทศ ร้อนแรง เต็มไปด้วยไฟสงครามและปมขัดแย้ง ทีมข่าวต่างประเทศสปริงนิวส์ ประมวลและรวบรวมในรูปแบบวีดิโอโดยคุณทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล