ผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง น้ำลดต่อเนื่อง! เนินดินตอไม้เก่าโผล่ทั่วเขื่อนลำปลายมาศ จ.นครราชสีมา ชลประทานยอมรับปริมาณต่ำสุดในรอบ 30 ปี ตั้งแต่สร้างเขื่อนมา แต่มั่นใจไม่กระทบแผนส่งน้ำ

ฝนทิ้งช่วงนาน โคราชอ่วม! ตอไม้เก่าโผล่ทั่วเขื่อนลำปลายมาศ น้ำลดต่ำสุดรอบ30ปี

( 1 ส.ค.)  สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายใน เขื่อนลำปลายมาศ ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ปริมาณน้ำดิบในเขื่อน เหลืออยู่เพียง 26.5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุทั้งหมดที่ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริงแค่ 17.2 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุกักเก็บ ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ตั้งแต่สร้างเขื่อนมา

ส่งผลให้เห็นเนินดินใต้น้ำและตอไม้โผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องส่งน้ำทั้งระบบ เพื่อการอุปโภคบริโภค, รักษาระบบนิเวศน์, อุตสาหกรรม และการเกษตร วันละกว่า 3 แสนล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ในเขตชลประทานท้ายเขื่อน ทั้งในเขตอ.เสิงสาง และจ.บุรีรัมย์ กำลังประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและต้องการน้ำอย่างมาก

นายสุภัทรชัย สนหอม หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลายมาศ กล่าวว่า ในปีนี้มีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ ล่าสุดมีปริมาณฝนตกอยู่ที่ประมาณ 300 มิลลิเมตร จากค่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,100 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งช่วงหน้าแล้งปีที่ผ่านมา ทางเขื่อนต้องรับภาระการปล่อยน้ำให้กับพื้นที่เรื่อยมา ประกอบกับเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน ทำให้น้ำภายในเขื่อนเหลือน้ำอยู่น้อยกว่าทุก ๆ ปี หรือน้อยที่สุดตั้งแต่ที่ได้ทำการก่อสร้างเขื่อนมาตั้งแต่ปี 2529

“อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการส่งน้ำในปีนี้ และยืนยันว่า จะมีน้ำเพียงพอให้ความช่วยเหลือประชาชนในเขตชลประทาน ทั้งการส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ การอุตสาหกรรม และการเกษตร พื้นที่กว่า 57,000 ไร่ อย่างแน่นอน เพราะการส่งน้ำขณะนี้ยังอยู่ในแผน ที่จัดเตรียมไว้แม้จะมีฝนตกลงมาน้อยกว่าที่คาดไว้ก็ตาม ส่วนฤดูกาลเพาะปลูกช่วงหน้าแล้งปีหน้า อาจจะต้องขอให้งดทำการปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำจะเหลืออยู่ภายในเขื่อนน้อยกว่าทุก ๆ ปี” นายสุภัทรชัย กล่าว