หน้ากากฯ มหาประลัย ทำเรือเหล็กรั่ว - ชนหินโสโครก

10 มี.ค. 2563 เวลา 4:10 น.

หลายวิกฤตโหมกระหน่ำรัฐบาล ล่าสุด ปมการกักตุนหน้ากากอนามัย ทำเอากัปตันเรือ “บิ๊กตู่” กุมขมับ

ไม่ใช่แค่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของประชาชนที่โดนผลพวงจากโควิด-19 ทำเอาเศรษฐกิจทรุดซวนเซ แต่รัฐบาล"บิ๊กตู่" ก็โดนเข้าเต็มเปาจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงขั้นออกอาการเครียดเห็นได้ชัด

ไหนจะโดนเรื่องมาตรการรับมือหละหลวม ปล่อยให้ "ผีน้อย" ที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ แทนที่จะกักตัว 14 วันเหมือน "อู่ฮั่นโมเดล" กลับปล่อยให้เดินช้อปชิมเที่ยวไปทั่ว จนผู้คนหวาดผวา

ไหนจะมาตรการแจกเงิน 2 พันบาทให้กลุ่มมีรายได้น้อยเพื่อใช้จ่ายในช่วงมีผลกระทบจากโควิด-19 โดนวิจารณ์โจมตีจนอ่วมอรทัยกระทั่ง "บิ๊กตู่" ต้องสั่งระงับไว้ก่อน

ไหนจะเรื่องหน้ากากอนามัยขาดแคลน ไม่มีขาย หรือซื้อได้ก็ในราคาสูงเกินจริงหลายเท่าตัว แถมไปปรากฏในโลกออนไลน์ประกาศขายโจ๋งครึ่ม พร้อมโชว์สินค้าในสต็อกว่า มีจริงเหลือเฟือ ให้คนทั่วไปชอกช้ำใจ ขณะที่โรงพยาบาลกลับขาดแคลนไม่พอใช้ ถึงขั้นต้องเปิดรับบริจาค

แล้วยังเจอเรื่องคนใกล้ชิดผู้ติดตามรัฐมนตรี นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี โชว์ศักยภาพ "ขาใหญ่" ประกาศขายหน้ากากอนามัยที่มีในครอบครองถึง 200 ล้านชิ้น ให้กับกลุ่มทุนจีน หรือผู้ซื้อที่จ่ายเงินสดสำหรับการซื้อครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านชิ้นเท่านั้น ในราคาชิ้นละ 14 บาท

หลายวิกฤตโหมกระหน่ำรัฐบาล ล่าสุด ปมการกักตุนหน้ากากอนามัย ทำเอากัปตันเรือ “บิ๊กตู่” กุมขมับ

ประเด็นนี้ส่งผลสะเทือนถึงเรือเหล็กรัฐบาลโดยตรง เพราะเป็น "พรรคพวกเดียวกัน" กับอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 6 สุราษฎร์ธานี นายพิตตินันท์ รักเอียด ที่ยอมรับว่าได้รับมอบหมายให้ไปคุยเรื่องหน้ากากอนามัย กับนายศรสุวีร์ ที่โรงแรมใหญ่ย่านประตูน้ำ จริง

ส่วนรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เพิ่งสะบักสะบอมจากศึกซักฟอกรัฐบาล ปฏิเสธเสียงแข็งไม่รู้จักนายศรสุวีร์ แต่ก็ยอมรับว่า ได้ให้นายพิตตินันท์ ไปพบกับนายศรสุวีร์เรื่องหน้ากากอนามัยจริง แต่ไม่ได้มีข้อตกลงเรื่องซื้อขายหน้ากากอนามัย

แต่ในทางปฏิบัติใครจะเชื่อล่ะ ? ในเมื่อไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องหน้ากากอนามัย ถ้าไม่ใช่เรื่องซื้อขายแล้ว จะคุยกันเรื่องอะไรล่ะ หรือจะคุยเรื่องหน้ากากอนามัยของไทยสวยและมีกลิ่นหอม อย่างนั้นหรือ ?

ยังไม่นับรวมภาพถ่ายคู่กัน ชูนิ้วแม่โป้งด้วยอากัปกริยายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมข้อความ "มีพี่ดีคอยห่วงน้อง" ถูกนำไปโพสต์โชว์ในเฟซส่วนตัวนายศรสุวีร์ ซึ่งกำลังอยู่ในโหมดประกาศขายหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้ จะให้ตีความว่าอย่างไร

ในเมื่อเป็นที่ทราบกันดีสำหรับคนวงในการเมืองว่า คณะทำงาน คณะที่ปรึกษา หรือผู้ติดตามรัฐมนตรี (รวมถึงผู้มีตำแหน่งทางการเมือง) มักใช้สถานะเหล่านี้ สำหรับล็อบบี้เจรจาหรือประสานงาน หรืออำนวยความสะดวกให้กับบรรดาพ่อค้าวาณิช ข้าราชการ รวมถึงคนที่หวังเข้าไปมีเอี่ยว หรือได้รับไฟเขียวจากผู้มีอำนาจในรัฐบาล ในโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อตนและพวกพ้อง แทบทั้งสิ้น

หลายวิกฤตโหมกระหน่ำรัฐบาล ล่าสุด ปมการกักตุนหน้ากากอนามัย ทำเอากัปตันเรือ “บิ๊กตู่” กุมขมับ

แม้นว่าในทางทฤษฎี ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แค่เป็นการแต่งตั้งบริวารคนใกล้ชิดเอาไว้ช่วยทำงาน หรือพิมพ์ตำแหน่งในนามบัตรเพื่อเบ่งบารมี หรือเป็นใบเบิกทางให้ผู้คนหรือข้าราชการเกรงกลัวเท่านั้น

แต่ในทางปฏิบัติกลับตรงกันข้าม เพราะหากลำพังการเป็นเพียงเจ้าของตลาดนัด ที่ประมูลพื้นที่จากห้างสรรพสินค้าใหญ่มาทำตลาดนัดกลางคืน ให้คนอื่นเช่าเปิดร้าน อย่างนายศรสุวีร์ หรือ "บอย ไนท์มาร์เก็ต" จะสามารถสั่งจองหน้ากากอนามัยนับสิบๆ ล้านชิ้น หรืออาจถึง 200 ล้านชิ้นอย่างที่อ้างในเฟซบุ๊ก จากโรงงานผู้ผลิตหน้ากาก ซึ่งมีอยู่เพียง 11 แห่ง และทุกแห่ง มีเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในไปประจำตรวจตราอย่างใกล้ชิด ได้เชียวหรือ ?

ไม่เพียงเท่านั้น ในคลิปภาพยังแสดงออกถึงการเป็น "ขาใหญ่" พาคนเข้าไปยกกล่องบรรจุหน้ากากอนามัยถึงในโรงงาน ก่อนนำลำเลียงขึ้นรถขนสินค้า พร้อมหยิบสินค้าโชว์ว่า มีจริงและประกาศขายให้พ่อค้าจีน หรือคนซื้อที่มีเงินสดอีกต่างหาก โดยไม่มีคนในโรงงานผลิตกล้าขัดขวางแม้แต่คนเดียว

ดังนั้น แม้ทั้งคนติดตามรัฐมนตรี นายพิตตินันท์ และคนเป็นรัฐมนตรี อย่างร.อ.ธรรมนัส ต่างออกมาปฏิเสธและยืนยันหนักแน่นว่า ไม่รู้จักนายศรสุวีร์ จึงทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อาจไม่เชื่อ

มิหนำซ้ำ ยังโดนคนในพรรคพลังประชารัฐด้วยกัน อย่าง สิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ ออกโรงขับ ร.อ.ธรรมนัส ออกจากรัฐมนตรี และไล่นายพิตตินันท์ออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ด้านหนึ่ง คงเป็นเพราะทราบดีว่า กระแสความไม่พอใจเรื่องนี้ในหมู่ประชาชนทั่วไปต่างรับไม่ได้ ถือเป็นการเอาเปรียบและซ้ำเติมประชาชน ในช่วงสถานการณ์ที่เลวร้ายน่าเป็นห่วง

หลายวิกฤตโหมกระหน่ำรัฐบาล ล่าสุด ปมการกักตุนหน้ากากอนามัย ทำเอากัปตันเรือ “บิ๊กตู่” กุมขมับ

ขณะเดียวกัน ยังมีท่าทีจาก ส.ส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ออกโรงเคลื่อนไหวรัฐบาล "บิ๊กตู่" และกดดันให้แกนนำในพรรคตระหนักถึงเงื่อนไข 3 ข้อสำหรับการเข้าร่วมรัฐบาล และหนึ่งในนั้น คือต้องไม่เป็นรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น ถึงขั้นเรียกร้องให้เลิกพายเรือให้โจรนั่ง

สัญญาณเหล่านี้ ปลายทางจริงๆ ล้วนอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น ว่าจะรีบอุดรอยรั่วในเรือเหล็กตั้งแต่ต้นลมหรือไม่ หรือจะยัง "ใจแข็ง" ครวญเพลง "เลือดสุพรรณ" ท่อนเนื้อร้องท่อนที่ว่า "มาด้วยกัน ไปด้วยกัน" อีกต่อไป

ซึ่งนั่นอาจทำให้เรือเหล็กจมดิ่งลงทะเล เพราะน้ำเข้า หรือไม่ก็อาจแล่นชนหินโสโครกใต้ทะเล รอวันอับปาง

กัปตันเรือ "บิ๊กตู่" คือผู้ให้คำตอบ