Alive Edutainment ข่าว

ความสัมพันธ์แย่ๆ กับครอบครัวอาจเป็นพิษต่อสุขภาพ

เรามักมองเห็นความสำคัญของคนใกล้ตัวหรือคู่ครองเป็นอันดับแรก และไม่ค่อยมองสมาชิกครอบครัวคนที่นอกเหนือไปจากคู่ครอง ว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของเรา งานวิจัยชิ้นนี้อาจทำให้คุณได้ความรู้ใหม่ และหันมาเข้าใจความสัมพันธ์อื่นๆที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของคุณมากยิ่งขึ้น

คุณภาพของความสัมพันธ์ของคุณที่มีต่อสมาชิกในครอบครัวขยาย (ในที่นี้ หมายถึงสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ตัวเรา เช่นพ่อ แม่ วงศาคณาญาติที่สนิท เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา) มีผลต่อสุขภาพของคุณเมื่อคุณอายุมากขึ้น และอาจมีผลยิ่งกว่าคู่ชีวิตของคุณเสียอีก

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัวขยาย มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง มากกว่าคนที่ไม่มีความสุขกับคู่ครองของตัวเอง

ใครรับรู้สิ่งที่คุณทำเพื่อเขาบ้าง

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยาครอบครัวเก็บข้อมูลจากคน 3,000 คนระหว่างปี 1995 และ 2014 โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45 ปีในช่วงการเก็บข้อมูลรอบแรก

ในระหว่างเวลา 19 ปีที่เก็บข้อมูลนั้น ผู้ร่วมวิจัยถูกขอให้จัดอันดับคุณภาพปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อครอบครัวขยายและคู่ครอง โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา จากนั้น จึงนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขรวมของสภาวะโรคเรื้อรัง ซึ่งมีตั้งแต่โรคหัวใจล้มเหลว ไปจนถึงอาการปวดศีรษะ

ตัวอย่างคำถามเพื่อทดสอบระดับการเป็นคู่ครองที่ใกล้ชิด เช่น คู่ครองทะเลาะกับคุณบ่อยแค่ไหน คู่ครองรับรู้และประทับใจกับสิ่งที่คุณทำเพื่อเขาแค่ไหน

ส่วนการเก็บข้อมูลคุณภาพของความผูกพันในครอบครัวขยาย ผู้ร่วมงานวิจัยตอบคำถามเช่น หากไม่นับคู่ครองแล้ว สมาชิกในครอบครัววิพากษ์วิจารณ์คุณบ่อยแค่ไหน คุณต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากครอบครัวมากน้อยแค่ไหน เมื่อคุณมีปัญหาหนักๆในชีวิต

งานวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดของครอบครัวขยาย มีความเชื่อมโยงอย่างสูงกับสภาวะโรคเรื้อรังและสุขภาพที่เสื่อมโทรม และน่าแปลกที่งานวิจัยไม่พบว่า ความเชื่อมโยงด้านสุขภาพในลักษณะนี้ เกิดกับความสัมพันธ์ของคู่ครองที่มีปัญหา

งานวิจัยหลายชิ้นเน้นความสำคัญของความสัมพันธ์ในรูปแบบของคู่ครอง แต่งานวิจัยชิ้นนี้มีความโดดเด่น ตรงที่มองผลกระทบของความสัมพันธ์ระหว่างคู่ครองและสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ผลของงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของครอบครัวขาย มีผลโดยตรงที่มีนัยยะสำคัญกับสภาวะโรคเรื้อรัง รวมถึงวิธีที่คนจัดอันดับสุขภาพของตัวเอง

ผลของงานวิจัยนี้กลายเป็นเรื่องน่าแปลกใจแม้แต่กับนักวิจัยเจ้าของผลงานเอง เพราะในตอนแรกเขาคาดหวังว่าจะพบผลกระทบของสุขภาพจากทั้งครอบครัวและคู่ครองที่มีปัญหา เหตุผลหนึ่งที่เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของการแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทของการหย่าร้าง

คนสมัยนี้แต่งงานช้าหรืออาจไม่แต่งงานเลย และเป็นไปได้สูงว่า อาจไม่ได้แต่งงานอยู่กินกับคู่ครองเพียงคนเดียวตลอดชีวิต แต่ครอบครัวต่างหากที่อยู่กับคุณตลอดไป

แท้จริงแล้ว คนที่ร่วมงานวิจัยส่วนใหญ่ มีพ่อแม่หรือญาติสนิทที่ยังมีชีวิตอยู่ หากปฏิสัมพันธ์เป็นไปในเชิงลบ ความเครียดที่เกิดจากครอบครัว ก็จะมีผลกระทบต่อบุคคลนั้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเขาอายุมากขึ้น

ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นความตึงเครียดที่ยาวนาน และเต็มไปด้วยการใช้อารมณ์ เพราะนี่คือคนที่คุณจะต้องผูกพันไปตลอดชีวิต หากคุณเครียดทางอารมณ์ได้ง่าย การต้องถูกกดดันด้วยความเครียดนั้นเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายของคุณเหนื่อยล้าลงเรื่อยๆ

ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์กับคู่ครองจะไม่มีผลกระทบมากกับสุขภาพของเรา แต่ก็มีความเป็นไปได้ ที่ผลเชิงลบของมัน จะสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในจุดอื่น ความตึงเครียดที่เกิดจากความสัมพันธ์ของคู่ครอง ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวตึงเครียดมากขึ้น และทำให้เรารู้ว่าความสัมพันธ์ของคู่ครองหยั่งรากลึก และมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ด้านสังคมอื่นๆของเราด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่า คงต้องมีงานวิจัยออกมาเรื่อยๆ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของปฏิสัมพันธ์ต่างๆ แต่ผลของงานวิจัยชิ้นนี้ ก็ควรเป็นสัญญาณเตือนให้กับครอบครัวที่กำลังมีปัญหา และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องสุขภาพ หากครอบครัวหรือความสัมพันธ์ของคุณมีปัญหาในช่วงวัยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญมากคือการลงมือปรับปรุงความสัมพันธ์เหล่านั้น อาจจะด้วยวิธีการบำบัด  ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ค่อยใช้กันนักในกลุ่มคนวัยกลางคน

ชีวิตเป็นเรื่องบอบบางและต้องได้รับการดูแลในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดก็ตาม สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา มีผลต่อสุขภาพทั้งกายและใจ ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว ดังนั้น การดูแลตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีความยืดหยุ่นต่อความสัมพันธ์ทั้งกับครอบครัวและคู่ครอง ก็ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขมากขึ้น