Alive Edutainment ข่าว

แอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบเห็ดพิษไทย พร้อมใช้งานแล้ว

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงนามความร่วมมือกันพัฒนาแอปพลิเคชัน “Mushroom Image Matching” เพื่อช่วยตรวจสอบว่าเห็ดชนิดใดทานได้ และเห็ดชนิดใดเป็นเห็ดพิษ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับพิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน Mushroom Image Matching โดยได้รวบรวมภาพถ่ายของเห็ดทั้งเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้กลุ่มละ 1,000 ภาพ เก็บไว้ในฐานข้อมูลเพื่อใช้ประมวลผลด้วยโปรแกรมจดจำรูปภาพและแสดงผลชนิดของเห็ดด้วยชื่อและร้อยละของความถูกต้อง  การใช้งานนั้นง่ายมาก เริ่มต้นจาก ทำการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ”คัดแยกเห็ดไทย” มาติดตั้งไว้ โดยรองรับสมาร์ทโฟนแบบแอนดรอยด์เท่านั้น จากนั้นทำการลงทะเบียนและเริ่มใช้งานด้วยการเปิดกล้อง แล้วสแกนเห็ดตัวอย่างที่ต้องการทราบ โปรแกรมจะเริ่มประมวลผลแบบ real time และจะหยุดเมื่อความถูกต้องของชนิดเท่ากับร้อยละ 95 หรือเราสามารถกดปุ่มเพื่อหยุดได้เอง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบชนิดของเห็ดจากภาพถ่ายที่เก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือก็ได้ด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่ เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ปี 2562 มีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเห็ดพิษจากป่าธรรมชาติมากถึง 1,176 ราย และมีรายงานการเสียชีวิต 3 ราย ตัวอย่างเห็ดพิษจากหลากหลายแห่งถูกส่งไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทั้งที่ จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ตรัง, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ยะลา, ชัยภูมิ, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ และ สกลนคร

เห็ดที่มีรายงานเข้ามา ได้แก่ เห็ดหมวกจีน, เห็ดถ่านเลือด, เห็ดระโงกพิษ และ เห็ดคันร่ม ซึ่งเห็ดพิษเหล่านี้มีลักษณะรูปร่างหน้าตาหรือเรียกว่าลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่คล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้ อย่างเช่น เห็ดหมวกจีนมีความคล้ายคลึงกับเห็ดปลวก(เห็ดโคน), เห็ดถ่านเลือดคล้ายคลึงกับเห็ดถ่านใหญ่, เห็ดระงากพิษคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาวกินได้, เห็ดคันร่มพิษคล้ายคลึงกับเห็ดปลวกไก่น้อย, เห็ดหัวกรวดครีบเขียวพิษคล้ายคลึงกับเห็ดนกยูงกินได้ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความคล้ายเช่นนี้เองจึงอาจทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดและเก็บมารับประทานได้

แอปพลิเคชันเวอร์ชั่นปัจจุบันมีฐานข้อมูลรูปภาพเห็ดเพื่อประมวลผลทั้งหมด 14 กลุ่ม ได้แก่

1. เห็ดก่อและเห็ดน้ำหมากกินได้

2. เห็ดผึ้งกินได้

3. เห็ดระงากพิษ

4. เห็ดระโงกกินได้

5. เห็ดระโงกไส้เดือน

6. เห็ดหมวกจีน

7. เห็ดคันร่มพิษ

8. เห็ดโคนกินได้

9. เห็ดหัวกรวดครีบเขียวพิษ

10. เห็ดบานค่ำ

11. น้ำหมึก

12. เห็ดถ่านใหญ่

13. เห็ดถ่านเลือด

14. เห็ดกระโดงหรือเห็ดนกยูง (การสำรวจและบันทึกภาพเห็ดกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติมจะดำเนินการในโครงการเฟสต่อไปปี 2563-2565)

นอกจากข้อมูลภาพถ่ายแล้วในฐานข้อมูลยังได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมของเห็ดแต่ละชนิด เช่น ชื่อพื้นเมือง, พิษที่พบในเห็ด, อาการที่แสดงหลังจากได้รับสารพิษดังกล่าว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการเห็นว่าควรมีการจัดอบรมการใช้แอปพลิเคชันนี้ให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ เครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน จำนวน 4 แห่งก่อนในปี 2562 เพื่อจะได้สื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านและผู้สนใจทั่วไปได้ใช้งานอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังได้จัดทำคู่มือการศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาของเห็ด, เห็ดพิษและการเฝ้าระวังในชุมชน เพื่อประโยชน์ต่อการจำแนกลักษณะของเห็ดเบื้องต้นจำนวน 1 เล่มอีกด้วย

ด้านข้อจำกัดของการใช้แอปพลิเคชัน Mushroom Image Matching ยังคงมีอยู่บ้าง เช่น จำนวนชนิดของเห็ดที่อยู่ในฐานข้อมูลปัจจุบันมีเพียง 14 กลุ่ม แต่เห็ดในธรรมชาติมีจำนวนมาก ในบางครั้งการสแกนเห็ดการประมวลผลอาจช้าและไม่ตรงตามกลุ่มของเห็ด แอปพลิเคชันนี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจเลือกรับประทานเห็ดหรือเฝ้าระวังเห็ดพิษที่ได้จากป่าธรรมชาติและสามารถสืบค้นข้อมูลในรายละเอียดของเห็ดแต่ละชนิดได้

นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ดร.สิทธิพร ปานเม่น นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์, เกษร บุญยรักษ์โยธิน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และ รศ.ขวัญเรือน นาคสุวรรณ์กุล ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา คณะวิทยาศาสตร์ มมส ได้ทำงานประสานกันพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวจนสำเร็จพร้อมใช้งาน