Innovation ข่าว

ตู้ความดันลบ นวัตกรรมระบบน็อคดาวน์ เพื่อโรงพยาบาลในจังหวัดชายแดนใต้

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ มจพ. ส่งมอบ ตู้ความดันลบ แก่ 18 โรงพยาบาลในจังหวัดชายแดนใต้ และภาคเหนือ สู้ภัยโควิด 19

ตู้ความดันลบ นวัตกรรมระบบน็อคดาวน์ ต้นทุนต่ำ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและของโลก ซึ่งออกแบบโดยฝีมือคนไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

ตู้ความดันลบ หรือ Negative Pressure Cabinet เป็น นวัตกรรมระบบน็อคดาวน์ ต้นทุนต่ำ โครงสร้างน้ำหนักเบา ผลิต-ติดตั้งได้เร็วและเคลื่อนย้ายได้ จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 จำนวนผู้ติดเชื้อและบุคลากรการแพทย์เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ตอบสนองการขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยการแพทย์ในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนสามารถนำแบบไปผลิตใช้งานเป็นตู้แยกผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลและลดความเสี่ยงของแพทย์พยาบาลได้

ก่อนหน้านี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ร่วมกับภาคเอกชนผู้บริจาคทุนการผลิต บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบ ตู้ความดันลบ จำนวน 132 ตู้ แก่ กรมแพทย์ทหารบก เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงพยาบาลในกำกับกรมแพทย์ทหารบกทั่วประเทศ

ล่าสุด วสท. พร้อมด้วย มจพ. เข้าตรวจการประกอบ และทดสอบประสิทธิภาพ ตู้ความดันลบ ณ โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จบางซ่อน พร้อมทั้งส่งมอบ 29 ตู้ แก่ 18 โรงพยาบาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา รวมถึงได้ส่งมอบให้โรงพยาบาลทางภาคเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา จำนวน 1 ตู้ และโรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ตู้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 31 ตู้

ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมมือกับ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้เร่งสร้างตู้ความดันลบ ตามแบบที่กำหนดของ วสท. และได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงภาคเหนือ โดยผลการตรวจทดสอบการผลิตตู้ความดันลบนี้ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเป็นอย่างดี ทั้งการรักษาระดับความดันลบภายในตู้ความดันลบ อัตราการระบายอากาศ 12 ครั้งต่อชั่วโมง และการควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายนอกตู้ความดันลบ นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบการลามไฟของพลาสติกที่ใช้ทำผนังและหลังคาตู้ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่ไม่อนุญาตให้ใช้วัสดุที่ติดไฟได้ในอาคาร โดยอาศัยมาตรฐานสากล UL 94 : Standard for Safety of Flammability of Plastic Materials for Parts in Devices and Appliances Testing เป็นแนวทาง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้งานซึ่งเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นผู้รับภาระหนักในการดูแลรักษาประชาชนและหยุดยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19

บุญพงษ์ กิจวัฒนาชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์วิศวกรรมสนับสนุนต้านภัย COVID-19 วสท. กล่าวว่า ในด้านการประกอบตู้ความดันลบ มีการวางแผนการจัดการเป็นไลน์การประกอบ และถอดประกอบแบบน็อคดาวน์ แบ่งงานตามขั้นตอน ทำให้การประกอบเสร็จอย่างรวดเร็ว และทำให้ช่างทั่วไปสามารถนำชิ้นส่วนเหล่านี้มาประกอบได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้แต่ละตู้ความดันลบที่ถอดประกอบเป็นชิ้นส่วนลงหีบห่อนั้น ยังได้เตรียมเครื่องมือที่จำเป็น เช่น ค้อนยาง ค้อนไม้ ระดับน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานโรงพยาบาลปลายทาง ส่วนในการประกอบติดตั้งนั้น วสท. จัดวิศวกรอาสาที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ วสท. ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจำนวนกว่า 500 คน ช่วยโรงพยาบาลในการประกอบตู้ความดันลบตามรูปแบบของ วสท. รวมทั้งทำการทดสอบสมรรถนะการทำงาน และดูแลให้บุคลากรการแพทย์ได้ใช้งานอย่างสะดวกและปลอดภัย

สำหรับการส่งมอบตู้ความดันลบ 31 ตู้ แก่ 18 โรงพยาบาล ประกอบด้วย

จังหวัดยะลา ได้แก่ โรงพยาบาลยะลา, โรงพยาบาลบันนังสตา, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ยะหา, โรงพยาบาลเบตง

จังหวัดปัตตานี ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี, โรงพยาบาลทุ่งยางแดง, โรงพยาบาลไม้แก่น, โรงพยาบาลหนองจิก, โรงพยาบาลโคกโพธิ์

จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ โรงพยาบาลกัลยานิวัฒนาการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, โรงพยาบาลบาเจาะ, โรงพยาบาลระแงะ, โรงพยาบาลตากใบ, โรงพยาบาลเจาะไอร้อง

จังหวัดสงขลา ได้แก่ โรงพยาบาลสงขลา

จังหวัดพะเยา ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงคำ

และจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ โรงพยาบาลสันทราย

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ วสท. www.eit.or.th