Spring News

เปรียบเทียบส่องไทยมองนานาชาติ : ประเทศใดแก้ปัญหาโควิด19ได้สุดปัง!

04 พ.ค. 2564 เวลา 11:39 น. 5

ไทยมีอัตราการฉีดวัคซีนโควิด ต่อ 100 คน ไทยฉีดไป 1.1 คน เท่านั้น เรื่องนี้อาจจะเป็นจุดด้อยของไทยตอนนี้ อย่างไรก็ตาม บางมุมไทยก็ยังรับมือได้ดีกับการคุมการระบาดโควิด19 อาทิ ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่ยังไม่พุ่งสูงจนเกินควบคุม และยังไม่วิกฤตหนักๆแบบหลายๆประเทศ

•ไต้หวัน

เริ่มต้นที่ประเทศที่รับมือโควิด19 ได้ดีเป็นอย่างมาก ในเอเชีย นั่นคือไต้หวัน ภายใต้การนำหญิงอย่าง ไช่ อิงเหวิน  จุดแข็งของไต้หวัน คือมีกฎหมายให้โรงพยาบาลทุกแห่งเตรียม “เวชภัณฑ์” จำเป็นสำหรับโรคติดต่อ สเกลเดียวกับโรค “ซาร์ส” ในอดีต  โดยไต้หวันมี  “เวชภัณฑ์” ไว้ล่วงหน้า 30 วัน เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดๆ โรงพยาบาลจะสามารถให้บริการ ตรวจผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจพร้อมกันจำนวนมากได้อย่างเต็มที่

หลังจากไต้หวัน เริ่มพบผู้ติดเชื้อคนแรกในวันที่ 21 ม.ค.  ปี 2020 สิ่งที่ไต้หวันทำทันที คือ “แบน” ไม่รับคนจากอู่ฮั่นทันที  และในฐานะประเทศไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิก WHO ไต้หวัน ไม่จำเป็นต้องสนใจคำเตือนใดๆ และในฐานะที่ผ่าน “ซาร์ส” มา ไต้หวันรู้ดีว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือไปจากการแบนทุกช่องทางที่เชื่อมต่อกับจีนแล้ว

อีกจุดเด่นของประเทศนี้ คือมีระบบ Big Data ที่จัดการได้อย่างแม่นยำ และฐานข้อมูลเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งในเวลาต่อมา ไต้หวันก็นำระบบนี้ไปใช้ประโยชน์ในการติดตามตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และขยายต่อมาเป็นผู้ที่เดินทางจากทุกประเทศทั่วโลก

และทุกสิ่งที่ว่ามา ทำให้ไต้หวัน ประเทศแรกๆ ในเอเชียที่มีการประกาศว่าไม่จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ถึงเเม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะยังไม่เป็นศูนย์ แต่รัฐบาลสามารถรับมือได้ค่อนข้างดี ด้วยขนาดประเทศที่ค่อนข้างเล็ก ปัจจุบับชาวไต้หวันออกมาใช้ชีวิตแบบเกือบปกติกันเเล้ว

ณ วันที่ 4 พฤศภาคม 2021 ไต้หวันมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,445 คน แต่รักษาหายแล้ว 1,058 คน ติดเชื้อรายวันเพิ่มแค่ 8 คน และผู้เสียชีวิตสะสมแค่ 12 คน

•สิงคโปร์

รัฐบาลสิงคโปร์บอกหลายครั้งแล้วว่า ต้องกลับไปเปิดประเทศอีกครั้งเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ และก็ได้เริ่มคลายมาตรการสำหรับคนที่จะเดินทางมาจากจีนและออสเตรเลียแล้ว สิ่งที่เป็นเป้าหมายของสิงคโปร์ทำให้พวกเขาเร่งเดินตามแผนงานอย่างรวดเร็วแบบไม่ยั้ง
    จนกระทั่งล่าสุด สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ แซงหน้านิวซีแลนด์เป็นประเทศที่แข็งแกร่งและฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด19 ได้เป็นอันดับหนึ่งตามการจัดอันดับโดยบลูมเบิร์ก (the Bloomberg Covid Resilience Ranking) ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อไปจนถึงอิสรภาพในการเดินทางไปไหนมาไหน

ชีวิตในสิงคโปร์กลับมาเกือบเป็นปกติแล้ว แต่ก็ไม่ใช่จะดีสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซนต์ เป็นเวลานานแล้วที่แทบจะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเลย นอกจากการระบาดเป็นกลุ่มย่อย ๆ เล็กน้อย ซึ่งก็ถูกจัดการควบคุมโดยทันที ในสัปดาห์นี้ เมื่อพบผู้ติดเชื้อใหม่หลายราย ทางการก็ใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดทันที

แต่ใช่ว่าจะมีแต่ภาพที่ดี เพราะเมื่อปีที่แล้ว คนสิงคโปร์เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างเป็นอิสระ แต่ไม่ใช่สำหรับแรงงานอพยพนับแสนจากประเทศอื่นๆ ที่ยังติดอยู่ในที่ทำงานและหอพัก หลังจากที่มีการระบาดครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้วเนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและไม่ถูกสุขลักษณะ

ปัจจุบัน สิงคโปร์ มียอดผู้ติดเชื้อสะสม  61,235 คน รักษาหายแล้ว 60,806  ติดเชื้อรายวันเพิ่ม 17 คน และผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่  31 คน ขณะที่การรับวัคซีน มีการฉีดไปแล้ว 2.2 ล้านโดส ซึ่งเทียบประชากร 100 คน ที่นี่มีคนฉีด 19.4 คน

Singapore

•สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ยูเออี คือ หนึ่งในศูนย์กลางการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมเยือนเเล้ว เพียงเเค่มีผลตรวจโควิด19 เป็นลบก่อนเข้าประเทศ ก็สามารถเข้าประเทศได้เลย
    อีกหนึ่งความชาญฉลาดของยูเออี คือ ระดมฉีดวัคซีน Sinopharm จำนวนมาก และยูเออีลงทุนน้อย โดยการ ฉีดวัคซีนฟรีให้นักท่องเที่ยว แต่พวกเขาจะได้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเครื่องบินของ Emirates (สายการบินของดูไบ) มาเที่ยว แล้วก็ต้องพักโรงแรม ไปเที่ยวห้าง เที่ยวหลายที่ใช้จ่ายเงิน ในประเทศยูเออี แถมต้องกลับ Emirates อีก เรียกว่าใช้กุ้งฝอยตกปลากระพง ลงทุนนิดเดียวได้คืนเป็นหมื่นเป็นแสน

โดยยูเออี หนึ่งในประเทศเดียวในแถบตะวันออกกลางที่ประชากรกำลังจะได้รับวัคซีนเกิน 50% แล้ว

โดย ปัจจุบัน ยูเออี มีผู้ติดเชื้อ 525,567 คน รักษาหายแล้ว 506,020  คน โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม  +1,772 คน (ถือว่าตัวเลขใกล้เคียงกับไทย)  โดยที่ยูเออี เสียชีวิต รวมแล้ว 1,596 คน แต่สิ่งที่แตกต่างจากไทย คือผู้เสียชีวิตรายวันของยูเออี อยู่ที่ 3 คนเท่านั้น ส่วนตัวเลขผู้ที่ฉีดวัคซีน ต่อ 100 คน ที่นี่ฉีดวัคซีนไปแล้ว 49.4 คน กล่าวง่ายๆคือฉีดไปเกือบครึ่งประเทศแล้ว

•ออสเตรเลีย

สำหรับ ออสเตรเลีย ถือว่าต้องกรำศึกหนักจากโควิด19 มาอย่างสาหัส แต่ทุกวันนี้ พวกเขาเริ่มประกาศอิสรภาพจากโควิด 19 แล้ว อาทิ ที่ซิดนีย์ไม่จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอีกต่อไป ถึงแม้ออสเตรเลียจะยังไม่ได้มีแพลนเปิดประเทศเร็วๆ นี้  แต่ในช่วงที่ผ่านมา ออสเตรเลียก็ได้มีการเปิดทราเวลบับเบิลบางช่วงเวลากับนิวซีแลนด์ด้วย  โดยปัจจุบัน ออสเตรเลีย ฉีดวัคซีนไปแล้ว 3.1 ล้านโดส  หากนับจำนวน 100 คน จะมีประชากรออสซี่ฉีดไปแล้ว 17.7 คน

โดย ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อสะสม  29,841 คน รักษาหายแล้ว 28,655 คน  ติดเชื้อเพิ่มรายวัน แค่ +15 คน , ขณะที่ผู้เสียชีวิตสะสม 910 คน  

        

 •อิสราเอล

ประเทศนี้ถือเป็นประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปเอเชียเเละยุโรปที่รับมือเเละจัดการกับโรคระบาดได้อย่างดีเยี่ยม และโลกทั้งโลกต่างสปอร์ตไลท์จับจ้องจากการแก้ปัญหาโควิด19 ที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์

ปัจจุบัน อิสราเอล คือประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่อคนสูงที่สุดในโลก กล่าวคือใน 100 คน มีคนที่ฉัดวัคซีนไปแล้ว 58 คน จากจำนวนที่ฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งหมด  10 ล้านโดส

มีกระแสข่าวว่า เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือนนี้ เลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะมีกระแสข่าวเล็ดลอดมาว่า โควิดสายพันธุ์อินเดียไปแพร่ระบาดในประเทศนี้ก็ตาม

ที่อิสราเอล มียอดผู้ติดเชื้อ 838,621 คน แต่รักษาหายแล้ว 830,995 คน  มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 67 คน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ประเทศแห่งนี้ยังไม่มี "ภูมิคุ้มกันหมู่" อิสราเอลก็มีผู้ที่เสียชีวิต ถึง 6,367 คน แต่ตอนนี้ผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ที่ 1 คน

israel

 

• สหรัฐอเมริกา
    เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการแพร่กระจายเชื้อโควิด19 แต่เพราะนโยบายอันดับ 1 ของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่เร่งฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วง 100 วันแรกของการรับตำแหน่ง ทำให้ตอนนี้ สถานการณ์โควิด 19 ในสหรัฐเริ่มคลี่คลายลงมากแล้ว และถือว่า "เอาอยู่" แล้วกับวิกฤตครั้งนี้
    แม้ ตัวเลขอันดับเป็นสิ่งที่ไม่เคยโกหกใคร เพราะสหรัฐ คือประเทศที่ มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก 33.2 ล้านคน และผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก คือ 591,514 คน แต่ปัจจุบัน จากความทุ่มเทของการฉีดวัคซีนทำให้ประเทศนี้กำลังจะคลายล็อกดาวน์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น นิวยอร์ก กำลังจะเปิดเมืองเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ทั้งที่เมื่อก่อนที่นี่คือศูนย์กลางแห่งการแพร่เชื้อโควิด19 เลยด้วยซ้ำ
    โดยใน 100 คนของสหรัฐ มีอัตราคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว 37.9 คน ซึ่งสหรัฐ กับ จีน เป็นเพียงสองประเทศที่ฉีดวัคซีนไปแล้วเกิน 200 ล้านโดส  
    

biden
• ไทย

ตัดภาพกลับมาที่ไทย กับการเจอวิกฤตโควิด19 ระลอกใหม่ ไทย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 72,788 คนแล้ว รักษาหายแล้ว 43,925 คน ติดเชื้อรายวันตอนนี้ มีเพิ่ม  1,763 คน ผู้เสียชีวิตรายวันที่อยู่ 27 คน และ ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 303 คน

ขณะที่การฉีดวัคซีน ตอนนี้ไทย ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,477,078 โดส แต่หากมองเทียบประชากร ใน 100 คน มีคนไทยเพียง 1.1 คนที่มีการป้องกันจากวัคซีนโควิด ซึ่งนับว่ายังเป็นตัวเลขที่ต่ำมากๆ และยังเป็นตัวเลขที่ไม่น่าพอใจ

ต้องยอมรับว่า การฉีดวัคซีนของไทย ถือว่ายังห่างไกลจากประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  อาทิ เมื่อเทียบประชากร 100 คนแล้ว  ยูเออี ฉีดไป 49.4 คน , สหรัฐฉีดไป 37.9 คน , อิสราเอล 58 คน ,สิงคโปร์ ฉีดไป 19.4 คน และ ออสเตรเลียฉีดไป 17.7คน ขณะที่ไทย ฉีดไป 1.1 คน เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยที่ตอนนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ได้สูงเกินกว่าจะรับมือได้ เพราะตัวเลขเริ่มจะทรงๆ ไม่พุ่งสูงขึ้นแบบน่าตกใจจนเกินเหตุ...แต่ทุกชีวิตย่อมมีคุณค่า และการ Save ชีวิตที่ดีที่สุดของการระบาดโควิดก็คือ "วัคซีน"  ตัวเลขผู้เสียชีวิตของไทย น้อยกว่า ออสเตรเลีย , น้อยกว่าอิสราเอลด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด...ไม่แพ้กับวัคซีน ก็คือทุกคนต้องระวังป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา และ ยกการ์ดสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ... และใช้ชีวิตในแบบ New Normal ต่อไปให้ได้...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด