ทษช. วอนศาลรัฐธรรมนูญขอโอกาสแจงข้อเท็จจริง หลัง กกต.ปิดโอกาส ยันเดินหน้าสู้สนามเลือกตั้งต่อ
นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติเป็นเอกฉันท์ ยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อบุคคล ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเข้าข่าย เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องไว้วินิจฉัย ไว้ว่าทางพรรคได้ทราบข่าวแล้ว และยังไม่ทราบข้อกล่าวหาที่ทาง กกต. ได้ยื่นคำร้องไป
ประกอบกับในชั้นสอบสวน ทางพรรคไม่สามารถยืนหลักฐาน และอธิบายข้อเท็จจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาได้ ได้ดังนั้นในช่วงบ่ายวันนี้ ทางฝ่ายกฎหมายของพรรค จะเดินทางไปยื่นคำร้องของความเมตตาจากศาลรัฐธรรมนูญ ขอรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการ และข้อความเมตตาพิจารณาคดีเป็นไปอย่างยุติธรรม เนื่องจากตามหลักยุติธรรมสากล ผู้ถูกกล่าวหาควรมีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา ส่วนทางพรรคจะใช้พยานหลักฐานใดต่อสู้ต้องต่อข้อกล่าวหาของ กกต. ต้องรอหลังจากเห็นรายละเอียดคำร้องแล้ว แล้วศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร ทางพรรคก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้
ขณะที่การเดินหน้าหาเสียงนั้น ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ไทยรักษาชาติ ยอมรับว่ายังรู้สึกงงกับผลการประชุม ของ กกต. ที่มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่า สมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาล และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัย ก็ถือว่า กระบวนการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด
หัวหน้าพรรค ไทยรักษาชาติ กล่าวอีกว่า ทางพรรคจะยังคงเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งต่อ ซึ่งตนมั่นใจว่าผู้สมัครของพรรค ไม่ได้ขาดคุณสมบัติใดๆ
และทางพรรคมีความพร้อมที่จะลงสู่สนามเลือกตั้ง โดยทีมปฏิบัติงาน ทีมรณณรงค์หาเสียง ซึ่งแบ่งเป็น 7 ทีม ก็จะยังคงลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ พร้อมทั้ง ประสาน ส.ส. ผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ และเตรียมประชุมพิจารณาเรื่องของการลงพื้นที่ในอาทิตย์หน้า ซึ่งจะได้รับความชัดเจนว่าทีมใดจะลงไปในพื้นที่ไหนบ้าง