ตายชั่วโมง 8 คน “พิษสุนัขบ้า” ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องเร่งกำจัด

วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) ถูกกำหนดให้จัดตรงกับวันที่ 28 กันยายนของทุกปี ทั่วโลกเร่งรัดการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศ และจากโลก

วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) โดยถูกกำหนดให้จัดตรงกับวันที่ 28 กันยายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของ “หลุยส์ ปาสเตอร์” ผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับฉีดให้คนที่ถูกสุนัขบ้ากัดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้าและร่วมมือร่วมใจป้องกันโรคนี้ด้วยการให้วัคซีนกับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้ตั้งเป้าหมายว่าโรคพิษสุนัขบ้าจะหมดไปจากโลกในปี 2563 (2020) World rabies day จึงเป็นแรงกระตุ้นให้ทั่วโลกเร่งรัดการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศ และจากโลก

ประเทศไทยก็มีการจัดกิจกรรมวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อประชาสัมพันธ์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงให้ความสำคัญในการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าในทั่วโลก

อัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในทั่วโลก พบว่า มีจำนวน 70,000 คนต่อปี โดยเฉลี่ย 1 ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 8 คน

โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย

ขณะที่ประเทศไทย ปี 2561 มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 16 ราย จาก 14 จังหวัด
(จากบุรีรัมย์และระยอง จังหวัดละ 2 ราย สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ตาก และสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย)
(ณ วันที่ 24 กันยายน 2561)

-รับเชื้อจากสุนัข 15 ราย (ร้อยละ 93.7)

-จากแมว 1 ราย (ร้อยละ 6.3)

-เป็นสัตว์มีเจ้าของ ร้อยละ 62.5

-ไม่มีเจ้าของ ร้อยละ 37.5

อาการที่พบในสัตว์ ระยะฟักตัว

ส่วนใหญ่สุนัข แมว วัว ควาย มีระยะพักตัวไม่เกิน 6 เดือน
ระยะเริ่มแรก มีอาการประมาณ 2 – 3 วัน โดยสุนัขจะมีอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น สุนัขที่ชอบคลุกคลีกับเจ้าของ จะปลีกตัวออกไปหลบซุกตัวเงียบๆ มีอารมณ์หงุดหงิด ตัวที่เคยขลาดกลัวคนก็จะกลับมาคลอเคลีย เริ่มมีไข้เล็กน้อย ม่านตาขยายกว้างกว่าปกติ การตอบสนองต่อแสงของตาลดลง กินข้าวกินน้ำน้อยลง ลักษณะการเคี้ยวหรือกลืนผิดไป

ระยะตื่นเต้น คือ เริ่มมีอาการทางปราสาท สุนัขจะกระวนกระวาย ตื่นเต้น หงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง
กัดแทะสิ่งของ สิ่งแปลกปลอม กัดทุกสิ่งไม่เลือกหน้า ถ้ากักขังหรือล่ามไว้ จะกัดกรงหรือโซ่จนเลือดกบปาก โดยไม่เจ็บปวด เสียงเห่าหอนจะเปลี่ยนไป ตัวแข็ง

ระยะอัมพาต สุนัขจะมีคางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปาก น้ำลายไหล และไม่สามารถใช้ลิ้นได้เลย สุนัขอาจแสดงอาการขยอกหรือขย้อนคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ยทรงตัวไม่ได้ ล้มลงแล้วลุกไม่ได้ อัมพาตขึ้นทั่วตัวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด อาการสุนัขบ้ามีทั้งแบบดุร้ายและแบบซึม

อาการที่พบในสัตว์

-สุนัข ที่แสดงอาการแบบดุร้าย จะแสดงอาการในระยะตื่นเต้นให้เห็นเด่นชัดและยาวนาน แต่จะแสดงอาการในระยะอัมพาตสั้นมาก ที่แสดงอาการแบบซึม จะแสดงอาการในระยะตื่นเต้นสั้นมากจนไม่ทันสังเกตเห็น แต่จะแสดงอาการในระยะอัมพาตเด่นชัด
-แมว อาการคล้ายสุนัขแต่ไม่ชัดเจน และพบอาการแบบดุร้ายมากกว่าแบบซึม สุนัขและแมวที่เป็น โรคพิษสุนัขบ้าจะแสดงอาการป่วยจนกระทั้งตายไม่เกิน 10 วัน
-โค กระบือ อาการจะตื่นเต้น กระสับกระส่าย เดินโซเซ มักมีอาการคล้ายมีอะไรติดคอ น้ำลายไหลยืด ท้องอืดป่อง อัมพาตและตาย

อาการที่พบในคน “โรคพิษสุนัขบ้า”

อาการของคนที่ได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนใหญ่มีอาการของสมองอักเสบ และไขสันหลังอักเสบ โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ต่อมามีอาการคัน มักเริ่มจากบริเวณแผลที่ถูกกัด แสบๆ ร้อนๆ แล้วลามไปส่วนอื่น

คำแนะนำ 5 ย. ลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัด

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำข้อควรปฏิบัติในการลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดหรือโดนทำร้ายโดยปฏิบัติตนตามคำแนะนำ 5 ย. คือ

1. อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ

2. อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือ ทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่างๆ ตกใจ

3. อย่าแยก สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า

4. อย่าหยิบ ชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร

5. อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้กับสุนัขหรือสัตว์ต่างๆ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ