คดีพลิก!! “เกษม ณรงค์เดช” เสียคนตอนแก่? กับ “ผู้ร้ายตัวจริง” และมหากาพย์ “วินด์ เอนเนอร์ยี่”

เปรียบดั่ง “ทุกขลาภ” ของ “ณพ ณรงค์เดช” ทายาทคนที่ 2 ของ “คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช” ผู้ก่อตั้งอาณาจักร “KPN” เมื่อเข้าเทกโอเวอร์ กลุ่มวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH) หนึ่งในผู้นำธุรกิจพลังงานลมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่สำหรับ “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ผู้ไม่ต้องการเอาแต่กินบุญเก่าเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวและมีปรารถนาอันแรงกล้าในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการพลังงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติ แม้วิบากหรืออุปสรรคจากพวกแสวงหาประโยชน์ พวกตีกิน หรือ พวกญาติมิตรขี้อิจฉา จะมากมายเพียงใด ก็ไม่เคยย่อท้อ!!

เกษม ณรงค์เดช

แต่สำหรับ “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ผู้ไม่ต้องการเอาแต่กินบุญเก่าเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวและมีปรารถนาอันแรงกล้าในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการพลังงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติ แม้วิบากหรืออุปสรรคจากพวกแสวงหาประโยชน์ พวกตีกิน หรือ พวกญาติมิตรขี้อิจฉา จะมากมายเพียงใด ก็ไม่เคยย่อท้อ!!

ดีความและข่าวลือที่ปรากฏเป็นข่าว 1 ปีที่ผ่านมา อาจมีจริงบ้างเท็จบ้าง แต่ถึงแม้จะสร้างความเสื่อมเสียทางชื่อเสียง ซึ่งส่งผลทำให้แผนงานต่าง ๆอาจจะชะลอไปบ้าง ก็เปรียบได้ดั่งแรงใจในการขับเคลื่อนของนักธุรกิจหนุ่มท่านนี้

เมื่อผลประโยชน์ไม่เคยเข้าใครออกใคร แม้แต่ญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เราจึงได้เห็น “ยุทธศาสตร์สกปรก” มากมาย ถูกหยิบยกมาใช้เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองขอมีเอี่ยวในโครงการ WEH นี้…

อย่างล่าสุดกับ “คดีพ่อฟ้องลูกกับแม่ยายเรื่องปลอมลายเซ็นโอนหุ้น” โดยโจทก์คือ “เกษม ณรงค์เดช” และจำเลยคือ “ณพ ณรงค์เดช” ลูกในไส้และ “คุณหญิงกอแก้ว บุญยะจินดา” แม่ยายคุณณพ ซึ่งผลล่าสุด วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ศาลอาญาก็ตัดสินไม่รับฟ้องนี้!!

งานนี้อาจคือจุดเปลี่ยนของเกมชิงเค้กผลประโยชน์หมื่นล้าน และอาจคือจุดเริ่มต้นของ “กฎแห่งกรรม” ที่ตามสนองพวกช่างยุ พวกชอบสร้างภาพคนดี โดยใช้บุพการีบังหน้าในการฟ้องน้องในไส้ของตน

ต้องเข้าใจก่อนนะเจ้าคะว่า “เกษม” แก่มากแล้ว ด้วยวัย 83 ปี วันๆไม่ได้ทำธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่บ้านเล่นกับหลานๆ เป็นไปได้หรือเจ้าคะ? ที่คนแก่วัยนี้อยากจะค้าความฟ้องร้องและทำลายครอบครัวตนเอง

หรือเป็นเพราะลูกชายอีก 2 คน “กฤษณ์-กรณ์ ณรงค์เดช” ที่อิจฉาตาร้อนกันเอง เลยยืมมือพ่อ ในการลุยฟ้องลูกชายคนกลางอย่าง “ณพ ณรงค์เดช”?

เพราะรู้ทั้งรู้ว่า “ณพ” ไม่มีทางอกตัญญูฟ้องกลับพ่อแน่ๆ!!

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ถูกกล่าวหารายอื่น บทสรุปคงหนีไม่พ้นการ “ฟ้องกลับอาญา” ข้อหา “ฟ้องเท็จ” จาก “คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา” ต่อ “เกษม ณรงค์เดช” หลังศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องก่อนหน้านี้ หลังพิสูจน์แล้วว่าเป็นลายเซ็นของ “เกษม ณรงค์เดช” เองจริง

และจากคำสัมภาษณ์จากแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า “ศาลใช้เวลาไต่สวนมาหลายเดือน เรียกพยานหลักฐานทุกอย่าง และมีการพิสูจน์ลายเซ็นของ เกษม ณรงค์เดช โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอัตลักษณ์ พบว่าแท้จริงนั้น เกษม เป็นผู้ลงนามในเอกสารที่กล่าวหาจริงๆ จึงเป็นเหตุให้ศาลอาญามีคำสั่งไม่รับฟ้อง”

แหล่งข่าวยังระบุต่อไปว่า “ตัวการที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นคนในครอบครัว ที่ร่วมกันวางแผนสอดรับกับอดีตผู้ถือหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (นพพร นักโทษหนีคดี) โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางยึดหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง กลับมาเป็นของตนเอง”

“ดังเช่นกรณีที่ไปฟ้อง 17 รายที่ศาลอังกฤษ ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องด้วย ก็ฟ้องคลุมไปหมด หวังจะให้เกิดตีวัวกระทบคราด”

น่าสงสาร “เกษม ณรงค์เดช” พ่อวัยชราของลูกชาย 3 คน ที่อาจตกเป็นเครื่องมือของลูกชายคนใดคนหนึ่ง วันพ่อปีนี้ คงเป็นปีที่น่าเศร้าหมองที่สุดสำหรับชายชราท่านนี้ หากมหากาพย์เรื่องนี้ยังไม่อวสาน

แต่ขอเตือนทุกท่านนะเจ้าคะ ไม่ว่าเรื่องจะจบอย่างไร…กฎแห่งกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ยุติธรรมเสมอสำหรับทุกสรรพสัตว์!!

|คอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น 
| โดย : คุณนายเผือก 
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3424 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 6-8 ธ.ค.2561