ข่าว คลุกวงในการเมืองไทย คอลัมน์ เลือกตั้ง62

“หมัดเด็ด” สุดท้ายของพรรคใหญ่ ชิงคะแนนนิยมก่อนถึงวันหย่อนบัตร 24 มี.ค.

ช่วงทางตรงสุดท้าย พรรคการเมืองใหญ่และพรรคขนาดกลางที่ถูกคาดหมายว่า จะมีบทบาทสำคัญสำหรับการแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจมีผลต่อโฉมหน้าการเมืองไทยหลังวันที่ 24 มีนาคม 2562 อย่างไร ประมวลสรุปสั้นๆได้ดังนี้

พรรคเพื่อไทย นำโดย”หญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประกาศจุดยืนชัด ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและเป็นผู้มีชื่อในบัญชีนายกฯพรรคพลังประชารัฐ โดยจะให้วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562  เป็นวันส่งพล.อ.ประยุทธ์กลับไปอยู่บ้านบางวันจะส่งไปไกลถึงดาวอังคารก็มี

พรรคเพื่อไทย ยังระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังเป็นวันชี้ชะตา จะให้ประเทศเดินหน้าไปในแนวทางใด ระหว่างแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลเดิม หรือจะเลือกทางเดินใหม่ที่จะไร้การชี้นำของผู้นำจากการรัฐประหารยึดอำนาจ ทั้งประกาศภารกิจแรก แก้ปัญหาปากท้องค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพืชผลการเกษตรจะดีขึ้น 30% ภายใน 180 วัน

พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่หนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เพราะแนวนโยบายการทำงานไม่ตรงกัน และไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากยังตกอยู่ใต้การชี้นำของคนแดนไกล จึงอาสาเป็นทางเลือกที่ 3 สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ ส่วนจะดึงพรรคพลังประชารัฐมาร่วมตั้งรัฐบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของทั้ง 2 พรรค

จุดยืนของประชาธิปัตย์ คือส.ว.250 คน ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ว่าให้การสนับสนุนพรรคใดที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมาก แทนที่จะโหวตเสียงสนับสนุนให้กับผู้ที่แต่งตั้งส.ว.เอง นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่นำโดยเพื่อไทยกับอนาคตใหม่ ให้ทุกพรรคโหวตเสียงสนับสนุนนายกฯจากพรรคที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากหลังการเลือกตั้งได้ โดยย้ำว่า พรรคการเมืองและนักการเมืองต้องยึดมั่นและรักษาคำพูดที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียงว่าจะหนุนใครไม่หนุนใคร

พรรคพลังประชารัฐ โดยนายอุตตม สาวนายก หัวหน้าพรรค ย้ำความเหมาะสมของคนเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขมา 4-5 ปีแล้ว การสืบทอดที่จะมีต่อไป ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจอย่างที่ถูกโจมตี และเป็นการสืบทอดความสงบสุขของประเทศ

พลังประชารัฐ ยังคงเดินหน้าเปิดนโยบาย “ลด แลก แจก แถม” ตั้งแต่มารดาประชารัฐ เกี่ยวปุ๊บรวยปั๊บรับ 7 หมื่น หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน กระทั่งค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทและเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีเดือนละ 2 หมื่นบาท ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ส่งคลิปภาพและเสียงไปช่วยเวทีปราศรัยหาเสียงของพลังประชารัฐในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมออดอ้อนขอความรักเป็นภาษาท้องถิ่นจากประชาชน สะท้อนความมั่นใจว่าจะมีโอกาส และจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เนื่องจากมีเสียงส.ว.250 คนอยู่แล้ว

ล่าสุด เปิดเกมรุกสำคัญ ใครรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งก่อน แม้จะหลายพรรค ก็มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลได้ทันที หลัง “บิ๊กตู่” พ้นพงหนาม กกต.มีมติ คุณสมบัติไม่ขัดกฎหมาย

พรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สร้างความฮือฮาจากนโยบาย “กัญชาไทยปลูกได้เสรี”บ้านละ 6 ต้น และแบ่งปันผลกำไรราคาพืชผลการเกษตร ย้ำทุกนโยบายของพรรค ทำได้จริงไม่ขายฝัน ช่วงโค่งสุดท้าย ยังคงใช้วิธีเดินสายหาเสียงช่วยลูกพรรคในทุกภาค รวมทั้งภาคใต้ โดยหมายมั่นปั้นมือจะเบียดแย่งส.ส.จากประชาธิปัตย์ได้ ทั้งที่ระนอง สตูล และนราธิวาส

พรรคภูมิใจไทย ยังเน้นแนวทางไม่ขัดแย้งกับใคร แต่ยกเว้นเรื่องเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ผู้นำพรรคย้ำชัด ต้องให้ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นคนเลือก และไม่เห็นด้วยกับการให้ส.ว.มีส่วนในการเลือกนายกฯ

พรรคอนาคตใหม่ นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคที่ต้องแบ่งเวลาช่วงปราศรัยหาเสียงให้กับแฟนคลับที่ต้องการถ่ายเซลฟี่กับหัวหน้าพรรคด้วย ยังสร้างแรงจูงใจได้ตั้งแต่ต้นจนถึงทางตรงสุดท้าย และจุดยืนยังคัดค้านและต่อต้านการสืบต่ออำนาจของรัฐบาลและคสช.

ช่วงท้ายๆ นายธนาธรพยายามเสนอแนวทางดับสวิตซ์ ส.ว.250 คน ไม่ให้มีบทบาทในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยให้ทุกพรรคที่ได้ส.ส.ต้องสนับสนุนนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคที่สามารถรวบรวมส.ส.ได้ 376 คน แม้นว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 376 คนก็ตาม ซึ่งจะทำให้ส.ว.หมดความสำคัญเรื่องโหวตเลือกนายกฯทันที

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

พรรคไหนจะทำได้สำเร็จ หรือพรรคไหนจะทำได้แค่มโน หรือขายฝัน อีกไม่กี่อึดใจ จะได้คำตอบ