ข่าว คอลัมน์

ซูเปอร์สเปรดเดอร์ สนามมวย จุดแพร่กระจายเชื้อทั่วประเทศ

ข้อมูลวงในของกระทรวงสาธารณสุข ระบุชัดว่า กลุ่มสนามมวยในช่วงแรกๆ แค่คนเดียว  มีอัตราการแพร่กระจายเชื้อได้ 3-4 คน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ ที่มักแพร่กระจายได้เพียง 1-2 คน

น่าสนใจศึกษากรณีสนามมวยลุมพินี จัดชกศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร เมื่อ 6 มีนาคม 2563 มีการโปรโมทมวยระดับแม่เหล็กชกกันถึง 11 คู่ แถมมีแจกรางวัลใหญ่รถ 3 คัน เรียกเซียนมวยและคนดูที่หวังเผื่อฟลุ๊ค เข้าไปอัดแน่นในสนามชก

ทั้งที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ได้ทำหนังสือไปถึงนายสนามมวย พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ซึ่งเป็นเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก อ้างถึงมติ ครม. 3 มีนาคม 2563 ที่ให้งดหรือเลื่อนกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ซึ่งหมายรวมถึงการจัดแข่งขันกีฬาและการชกมวยออกไป

แต่ผู้บริหารสนามมวยลุมพินี กลับไม่ให้ความร่วมมือทำตามมติ ครม. กลับเดินหน้าลุยจัดศึกใหญ่ดังกล่าวต่อ ทั้งยังนำเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดของ กทม.จากเขตป้อมปราบฯ มาฉีดพ่นฆ่าเขื้อโรคก่อนวันชก 1 วัน และนำภาพโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของสนามมวยลุมพินี หวังสร้างความมั่นใจให้กับเซียนมวยและคนดู

โดยหารู้ไม่ว่า เชื้อโควิด- 19 อาจจะยังไปไม่ถึงสนามมวยในวัน “บิ๊กคลีนนิ่ง” แต่เพิ่งไปในวันชกกับเซียนมวยคนหนึ่ง ซึ่งข่าววงในระบุว่า ติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากอิตาลี กระทั่งเกิดการแพร่กระจายเชื้อ จนสร้างความโกลาหลให้กับคนไทยและประเทศไทยในอีกไม่กี่วันถัดมา

สนามมวยราชดำเนินก็น่าศึกษาไม่แพ้กัน เพราะไม่ให้ความร่วมมือเช่นเดียวกัน แม้จะมีหนังสือจากคณะกรรมการกีฬามวยของ กกท. ส่งแจ้งมติ ครม. 3 มี.ค.ให้ทราบ แต่ยังจัดชกมวยอีกถึง 6 รายการ ระหว่างวันที่ 4-12 มีนาคม 2563

ความเกี่ยวโยงระหว่าง 2 สนามมวยชั้นนำของไทย คือเซียนมวยและคนดูที่มักไปชมไปเชียร์พนันขันต่อทั้ง 2 สนาม ไม่เพียงเท่านั้น เชื้อโควิด-19 ยังลามไปถึงนักมวย ญาตินักมวย คนดูแลห้องพักนักมวย และลูกหลานๆ นักมวย คนดู และเซียนมวย

เซียนนักเล่นเหล่านี้ ยังเดินสายเข้าออกสนามพนันอื่นๆ ทั้งบ่อนไก่ชน สนามชนวัว บ่อนพนัน และเดินสายตามงานกิจกรรมอีกหลากหลาย จนสุดท้าย ไม่รู้แพร่เชื้อให้ใครต่อใครบ้าง

นพ.อนุพงศ์  สุจริยากูล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวอธิบายให้เห็นการแพร่ขยายลุกลามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า จากตารางคาดการณ์ คาดว่าเมื่อสิ้นเดือนเมษายน จะพุ่งเป็น 3,500 ราย หลังจากพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มเป็นก้อนจากทั้งกลุ่มสนามมวย กลุ่มสถานบันเทิง และกลุ่มร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่มาเลเซีย

นพ.อนุพงศ์ ย้ำว่า เฉพาะกลุ่มสนามมวย หลังจัดชก 6 มีนาคม ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม พบผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ วันที่ 12 มีนาคม พบคนติดเชื้อในต่างจังหวัด มีประวัติเกี่ยวข้องกับสนามมวย โดยแพร่เชื้อไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิด ทั้งญาติ ผู้สูงอายุ และเด็ก รวมถึง 17 ราย

ทั้งนี้ ช่วง 9-15 มีนาคม พบคนติดเชื้อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบรายวัน ขณะที่หลัง 16 มีนาคม พบยอดคนติดเชื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นและกระจายออกไปตามภูมิภาคต่างๆ

ก่อนที่จำนวนผู้ติดเชื้อของประเทศไทย จะขยับจากหลักสิบไปเป็นหลักร้อย (188 คน) ในวันที่ 22 มีนาคม เพิ่มขึ้นวันเดียวถึง 45% และจากนั้นทุกวันมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเกินหลักร้อยอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นวันที่ 27 มีนาคม ที่มีเพิ่ม 91 ราย

ขณะที่การแถลงข่าวแบบรายวันของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะปรากฏผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสนามมวย ชนิดที่ยังไม่มีวันใดเลยมีการยกเว้น หรือไม่เกี่ยวกับกลุ่มสนามมวย

ข้อมูลวงในของกระทรวงสาธารณสุข ระบุชัดด้วยว่า กลุ่มสนามมวยในช่วงแรกๆ แค่คนเดียว  มีอัตราการแพร่กระจายเชื้อได้ 3-4 คน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ ที่มักแพร่กระจายได้เพียง 1-2 คน ทำให้เชื่อได้ว่า อาจมีเซียนบางคนเข้าข่ายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ หรือแพร่ระบาดเชื้อไปยังคนอื่นเป็นวงกว้าง มากกว่าปกติทั่วไป

จึงเป็นเรื่องน่าวิตกกังวลในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งจะครบ 1 สัปดาห์แรก หลังรัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน หากกลุ่มสนามมวย และกลุ่มอื่นๆ ยังแพร่เชื้อไม่หยุด อาจได้เห็นมาตรการเข้มตามมาอีกระลอก เพื่อสะกัดไม่ให้ไทยเป็นเหมือนอิตาลี สเปน หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา

แต่จะเข้มข้นแบบไหน ต้องอดใจรอดู เช่นเดียวกับรอดูว่า จะมีใครคนไหนต้องรับโทษ จากการดันทุรังจัดชกมวยจนเชื้อแพร่ระบาดลุกลาม ทั้งที่มีหนังสือขอความร่วมมือให้งดจัดชกแล้ว

ใหญ่ไม่ใหญ่ได้คำตอบกันล่ะทีนี้