บุกค้นบ้าน ข้าราชการ ซี 8 โกงเงินกองทุนเสมาฯ อายัดหลักฐานทุจริต

23 มี.ค. 2018 เวลา 4:05 น.

ป.ป.ท.นำหมายค้น บุกค้นบ้านข้าราชการ ซี 8 กระทรงศึกษาธิการ ที่โกงเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เพื่อค้นหาและอายัดหลักฐานการโอนเงิน หลังสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการนานกว่า 10 ปี เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท

พันตำรวจเอก ธนวุฒิ โพธิ์ชุ่ม และ พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. / ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ ตำรวจท้องที่ นำกำลังและหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 310/926-927 ของนางรจนา สินที ข้าราชการระดับซี 8 กระทรวงศึกษาธิการและบุตรชาย ในหมู่บ้านปิ่นเจริญ ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือ ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจยึดเอกสาร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เพื่อประกอบการสืบสวนคดีทุจริตเงินเสมาพัฒนาชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หลังจากที่ ป.ป.ท. มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนางรจนาไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

เบื้องต้นนางรจนามีอาการเครียดและวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจค้น เบื้องต้นพบเอกสารราชการจำหน่วยหลายแฟ้ม และอยู่ระหว่างการคัดแยกเอกสารว่าจะมีเอกสารที่เกี่ยวกับกองทุน หรือการเบิกจ่ายเงินหรือไม่

สำหรับกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เป็นกองทุนที่ไว้ช่วยเหลือเด็กหญิงยากจนและเด็กหญิงที่ถูกนำไปค้าประเวณีให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรี แต่กระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจสอบพบพิรุธการโอนเงินจากกองทุนเข้าบัญชีเครือญาติของนางรจนาไม่ต่ำกว่า 22 บัญชี ซ้ำๆกันทุกปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน นานกว่า 10 ปี มูลค่าเงินกว่า 100 ล้านบาท โดยที่เด็กที่ได้รับทุนกลับไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว และเมื่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการสอบสวนนางรจนา ก็รับสารภาพว่าทุจริตเงินจำนวนดังกล่าวจริง และอ้างว่ากระทำเพียงคนเดียว แต่ทาง ป.ป.ท. ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีการทุจริตอย่างเป็นระบบโดยไม่ถูกตรวจสอบมานานกว่า 10 ปี จึงต้องเข้าตรวนค้นบ้านของนางรจนา เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปประกอบกับเอกสารเส้นทางการเงินที่ทาง ป.ป.ท. ได้ประสานขอไปทางธนาคาร ในการไต่สวนชี้มูลความผิดกับนางรจนา ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสาร และรับรองเอกสารเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ รวม 5 ข้อหา โดยคาดว่าจะใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานไม่เกิน 1 เดือน จะสามารถแจ้งข้อหากับนางรจนาได้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ยังเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเจ้าของบัญชีไม่ต่ำกว่า 22 บัญชี ที่รับโอนเงินจากกองทุน เพื่อดำเนินคดีด้วยเช่นกัน