อาชญากรรม

คดีสุดท้าย…! ศาลสั่งจำคุก ลุงวัฒนา วางระเบิดปากซอยราชวิถี 24 รวม 7 คดี โดนคุก เกือบ 200 ปี

ศาลพิพากษาจำคุก ลุงวัฒนา อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. วางระเบิดปากซอยราชวิถี 24 เป็นเวลา 26 ปี 6 เดือน พร้อมนับโทษต่อจากคดีก่อนหน้ารวมถูกจำคุก 160 ปี 54 เดือน

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ควบคุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ หรือตุ่ม อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. มือวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า มาศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาในคดี ที่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา ในความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ทำ ประกอบ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย กรณีนำระเบิดไปวางไว้ที่ทางเท้าติดกับตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททีโอเอ บริเวณปากซอยราชวิถี 24 เมื่อปี 2550 ซึ่งคดีนี้เป็นสำนวนที่ 7

โดยศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า ในวันเวลาตามพยานหลักฐานที่โจทก์ได้ยื่นฟ้อง มีความเชื่องโยงกับวัตถุระเบิดที่ตรวจพบภายในบ้านและวัตถุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุ มีการประกอบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นลักษณะเดียวกันกับ 6 คดีก่อนหน้านี้ อีกทั้งจำเลยมีประวัติการศึกษาและการทำงานรวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบวงจรอิเล็คทรอนิกส์ รวมถึงจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนและประกอบระเบิดให้พนักงานสอบสวนดูได้ ทำให้เชื่อได้ว่าพนักงานสอบสวน ไม่ได้เสกสรรปั้นแต่ง จึงไม่มีเหตุสงสัยว่ากลั่นแกล้ง อีกทั้งพยานโจทก์ให้การสอดคล้องต้องกัน ประกอบกับไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องพิพากษาให้จำคุกฐาน ทำ ประกอบ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 3 ปี ฐานใช้วัตถุระเบิดและพยายามฆ่า พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐาน ทำ ประกอบ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุก 1 ปี 6 เดือน / ฐานใช้วัตถุระเบิดและพยายามฆ่า จำคุก 25 ปี รวมจำคุก 26 ปี 6 เดือน

นอกจากนี้โจทก์ได้ยื่นต่อศาลขอแก้หมวดเลขคดีเป็นหมวดเลขคดีในหมวดเดียวกันกับ 6 คดีก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลอนุญาตให้เปลี่ยน เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้ก่อเหตุเป็นจำเลยคนเดียวกัน

ส่วนกรณีที่จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ไม่ให้นับโทษต่อจากทั้ง 6 คดี แต่ให้รวมโทษจากทั้ง 6 คดีก่อนหน้านี้เป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากโทษจำคุกรวมเกินกว่า 50 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า การไม่นับโทษต่อได้ไม่เกิน 50 ปีจากคดีอื่นๆ ต้องผิดกฏหมายหลายกรรมและสอดคล้องต้องเป็นคดีเดียวกัน หรือมีความเกี่ยวพันกัน ฟ้องรวมกันได้ แต่จากการตรวจสอบในสำนวนคดีทั้ง 6 คดีแล้ว พบว่าวันเวลาสถานที่ เป็นคนละวันเวลาสถานที่กัน ไม่เกี่ยวพันเป็นคดีเดียวกันได้ จึงให้ยกคำร้อง

สำหรับคดีที่นายวัฒนาถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลมี 7 สำนวน และพิพากษาไปก่อนหน้านี้แล้ว 6 สำนวน โดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ประกอบด้วย

1. คดีครอบครองวัตถุระเบิดซึ่งพบในบ้านพักย่านบางเขน ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท

2. คดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า จำคุก 26 ปี 12 เดือน และปรับ 500 บาท

3. คดีระเบิดหน้ากองสลากเดิม จำคุก 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท พร้อมให้ชดใช้หญิงผู้เสียหาย 1 ราย จำนวน 130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเกิดเหตุ

4. คดีระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ จำคุก 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท และให้ชดใช้ผู้เสียหาย 1 ราย จำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเกิดเหตุ

5. คดีระเบิดหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฯ เมื่อปี 2550 จำคุก 26 ปี 6 เดือน

6. คดีนำระเบิดไปวางที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน จำคุก 26 ปี 6 เดือน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ในการลงโทษนั้นศาลให้นับโทษจำคุกนายวัฒนาต่อจากกันตามที่อัยการร้องขอ ซึ่งเมื่อรวมโทษ 7 สำนวนที่ศาลได้ตัดสินรวมจำคุก 160 ปี 54 เดือน