อาชญากรรม

ฟังชัดๆ “บิณฑ์” เผยแล้วทำไม “น้องอิน” ถึงต้องไปอยุธยา

วันนี้( 8 เม.ย.) นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดังเป็นประธานรดน้ำศพ นางสาว ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือน้องอิน ดารานักแสดงสาว ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่ อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวานที่ผ่านมา ที่ศาลา 3 วัดราชสิงขร ย่านถนน เจริญกรุง โดยมี นางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่น้องอิน นายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์แฝดผู้น้องของบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ , เก้า จิรายุ พร้อมนายภูวรินทร์ แก้วเจริญสุข หรือเบล อดีตแฟนน้องอิน ญาติสนิท และเพื่อนๆ ร่วมรดน้ำศพ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลศพน้องอิน สวดพระอภิธรรม 3 วัน ก่อนประชุมเพลิงในวันพุธ ที่ 11 เมษายน เวลา 16.00 น.

ด้านลิต้า คาลิยา นิฮุต ดารานักแสดงสาวช่อง 3 เพื่อนน้องอิน กล่าวว่าน้องอินเป็นเพื่อนนักแสดงที่นิสัยดีมากและเป็นลูกกตัญญู ที่ผ่านมาน้องอินจะเป็นที่ปรึกษาให้กับตนในหลายๆเรื่อง ทั้งการแสดงและธุรกิจ ยอมรับการจากไปของน้องอิน ทำให้ตนขาดเพื่อนดีๆไป

ต่อมา เวลา 16.50 น. หลังจากทำพิธีรดน้ำศพ น้องอิน น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี เสร็จแล้ว นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า “ผมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมวันนี้ และเป็นเจ้าภาพตลอดทั้งงาน เรื่องจริงทั้งหมดที่ผมจะพูดตั้งแต่เหตุการณ์ลำดับแรกว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้น ผมได้คุยกับอดีตแฟนของน้องอิน คือ เบล ที่เป็นผู้ชาย และแฟนคนปัจจุบันคือน้องไทม์ ซึ่งเป็นทอม น้องไทม์ เป็นแฟนใหม่ที่รู้จักกับน้องอินเป็นปีแล้ว แต่ตอนนั้นไทม์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และอินก็ได้มาสนิทสนมและคบกับน้องเบล จนทั้งคู่ก็ได้ห่างกันและเลิกกันแล้ว แต่ก็ยังทำธุรกิจเครื่องสำอางด้วยกันอยู่ แล้วไทม์ก็ได้กลับมาที่เมืองไทย อินก็ได้กลับมาคบกับน้องไทม์ต่อ วันนั้นที่อินอยู่พัทยา น้องอิน ก็โทรมาหาน้องไทม์ บอกว่าเบื่อมากที่พัทยาจะไปหาไทม์ได้ไหม

ไทม์บอกว่าถ้าเที่ยงคืนแล้วไม่ต้องมา เพราะมันดึกเกินไป แต่น้องอิน ก็ถามน้องไทม์ ว่าจากพัทยาไปอยุธยากี่กิโล น้องไทม์บอกว่า 200 กว่ากิโล อินเลยบอกว่าใช้เวลาชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว ซึ่งไทม์บอกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง มาจากพัทยา 4 ทุ่ม ก็ต้องมาถึงอยุธยาเที่ยงคืน ไทม์ก็ไม่ให้มา แต่ด้วยความที่น้องอินอยากจะเจอน้องไทม์ ซึ่งประมาณตีหนึ่งกว่าน้องอินมาถึงกรุงเทพ คุณแม่โทรหาน้องอินประมาณ 01.17 นาที ถามว่าน้องอินอยู่ไหน น้องอิน บอกแม่ว่าอยู่คอนโดแถวบางนา แต่ความจริงน้องอิน ไม่ได้อยู่คอนโด แต่กำลังไปอยุธยา แต่ตอนนั้นยังไม่ถึงอยุธยา ประมาณเกือบตี 2 น้องอินยังไม่ถึงอยุธยา แต่บอกกับไทม์ว่าอีกประมาณ 50 กิโล จะถึงอยุธยา ตอนนั้นไทม์อยู่อยุธยาบอกว่าตอนนี้ฝนตกหนักมาก ถ้าอินอยู่กรุงเทพก็ไม่ต้องมา ให้ตีรถกลับกรุงเทพไปเลย แต่อินบอกว่าจะถึงแล้ว ถ้ามาแล้วยังไงก็ต้องขอเจอ เพราะว่าคิดถึง

 

น้องไทม์เขาบอกเรื่องหนึ่งว่า น้องไทม์จะลงรูปคู่กับน้องอินในอินสตาแกรมได้ไหม เปิดเผยได้ไหมว่าเราคบกัน น้องอิน ก็บอกได้เลยไม่เป็นไร แต่ด้วยความที่อารมณ์อะไรก็ไม่รู้ ที่น้องอิน ไม่พอใจน้องไทม์ จึงมีปากเสียงกัน จนกระทั่งตี 2 ครึ่ง เริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว น้องอินบอกว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เจอกันค่อยคุยกันเลยวางสายไป หลังจากวางสายไปได้ประมาณ 2 นาที ไทม์ ก็โทรหาใหม่ น้องอิน ก็รับ คุยกันไม่ถึงนาทีก็บอกว่ากำลังจะถึงแล้ว แล้วก็วางสายใหม่

จากนั้นน้องไทม์ ก็ไม่ได้โทรตามอีก จนกระทั่งตี 3 โทรไปอีกก็ไม่ได้รับการติดต่อ โทรไปเป็น 10 สายก็ไม่มีคนรับ น้องไทม์ เลยเข้าใจว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้น น้องอิน ยังไปไม่ถึงน้องไทม์ อยู่ระหว่างกำลังจะถึงอยุธยา แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนนั้น เพราะดูจากที่เกิดเหตุแล้วไม่มีรอยเบรคเลย แสดงว่าขับรถมาด้วยความเร็วมาก ประกอบกับฝนตกถนนลื่น ตอนที่กู้ภัยไปเจอรถและร่างของน้องอิน ตอนนั้นน้องอินเริ่มมีการแข็งแล้ว คือต้องเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง แน่นอนว่าน้องอินต้องเสียชีวิตประมาณตี 3 ตอนที่น้องไทม์จะโทรมาถามว่าถึงหรือยัง ทำไมหายไปนาน หรือว่ากลับกรุงเทพก็เป็นห่วง จนตี 4 ก็ยังโทร จนไม่ไหวแล้ว คิดว่าน้องอินคงงอนและกลับกรุงเทพไปแล้ว จนกระทั่งทราบข่าวเสียชีวิตประมาณ 9 โมงเช้า คาดว่าตอนตี 3 ที่น้องอินประสบอุบัติเหตุไม่มีรถผ่านมาเลย จนมาเจอตอนเช้า

“น้องไทม์ยืนยันว่าน้องอิน ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้ง่วงนอน ตอนคุยก็ยังปกติมาก ไม่มีอาการแบบนั้นเลย คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะรีบขับ แล้วฝนตกหนักไป จึงชนขอบสะพาน ซึ่งไม่มีรอยเบรคเลย ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่หายไป ผมถามน้องไทม์ และถามกู้ภัยไม่มีใครรู้เหมือนกัน ไม่มีใครเจอ มันอาจจะกระเด็นตกตรงไหนสักที่ ที่เรายังไม่ได้ไปหาจริงๆจังๆ”

“ส่วนเรื่องที่กู้ภัยอินบ๊อกไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวของน้องแบมบี้ ผมไม่ทราบข้อมูลนี้ ว่าทราบได้ยังไง เพราะวันนั้นกู้ภัยที่มาส่ง ผมก็อยู่ เขาก็เล่าให้ฟังว่าเจอร่างน้องอินประมาณ 7 โมงกว่า เจอกระเป๋าสตางค์ และของทุกอย่าง แล้วก็ตามหาญาติ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาไปอินบ๊อกถามใคร ผมไม่ทราบ ส่วนเรื่องโทรศัพท์ก็ต้องหาต่อไป”

“ถนนเส้นนั้นน้องไม่เคยไป บ้านน้องไทม์ไม่ได้อยู่อยุธยา เพียงแต่เขาไปเที่ยวที่อยุธยาแล้วน้องอินจะไปหาเท่านั้นเอง ในข่าวบอกว่าน้องทอม คนนี้เรียกน้องอินไป แต่น้องไทม์ ห้ามแล้วว่าถ่าเกิดเที่ยงคืนไม่ต้องมา แต่อินพยายามจะไปหา ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่มีขึ้นเสียงกันนิดหน่อย และน้องไทม์ บอกว่าถ้าอินจะขึ้นเสียงอย่างนี้อย่าเพิ่งคุยดีกว่า แล้วกำลังขับรถด้วย เขาก็โอเคบอกว่าไปถึงแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ไทม์เขาก็เสียใจมาก”

“ผมอยากจะรู้ความจริงว่ามันคืออะไร เพราะว่าเมื่อวานผมได้คุยกับน้องเบลว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร แต่พอมาคุยกับน้องไทม์มันเป็นคนละเรื่อง น้องเบลอาจจะเข้าใจผิด”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นข้อความที่เขาแช็ตคุยกันหรือเปล่า บิณฑ์ ตอบว่า “เมื่อสักครู่เขาได้เอาข้อความให้ดู ตลอดระยะทางเขาคุยกันมาตลอด จนกระทั้ง เขาโทรหากันตอนตี 02.32 นาที ตอนตี 3 ก็ยังโทรติดอยู่แต่ไม่ได้รับก็คิดว่างอน คิดว่าหลับ ส่วนเรื่องที่จะมีการดำเนินคดีความอะไรกันไหม ผมไม่รู้ แล้วแต่ทางญาติ ถ้าญาติรู้สึกว่าอยากจะค้นหาความจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าญาติจะติดใจก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเรื่องไม่มีคู่กรณี เกิดอุบัติเหตุด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องความผิดพลาดของรถผมว่าไม่มี เพราะว่าเป็นการขับมาด้วยความเร็ว แต่เอาไม่อยู่ครับ”

ชมคลิป

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน